travel

เวลาที่พูดถึงเที่ยวอเมริกา  คนทั่วไปมักจะนึกถึงเมืองใหญ่ที่เจริญด้านวัตถุอย่างนิวยอร์กซิตี้  ลอสแอนเจลิส  ซานฟรานซิสโก   แต่ผมว่าของดีของอเมริกาจริง ๆ กลับอยู่ที่ธรรมชาติซึ่งยังไม่ถูกทำลาย   ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่น่าอัศจรรย์เหล่านี้ถูกเก็บไว้เป็นความลับเงียบ ๆ เฉพาะผู้ที่รักการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติเท่านั้น

ขณะที่ผู้คนทางฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาอพยพเพื่อหาลู่ทางทำมาหากินทางฝั่งตะวันตก   ได้มีการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย  ขุดหาแร่ธาตุเพื่อสร้างรายได้  ล่าสัตว์เป็นอาหารและทำเครื่องนุ่งห่มจนสัตว์ป่าแทบจะสูญพันธุ์    นักอนุรักษ์ธรรมชาติหลายคนได้รณรงค์ให้รัฐบาลเข้ามาดูแลพื้นที่ที่เป็นทรัพยากรของชาติก่อนที่จะสายเกินแก้ รัฐสภาได้ประชุมกันแล้วเกิดแนวความคิดให้จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติขึ้น  ซึ่งเป็นครั้งแรกในโลกที่มีการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเพื่อพิทักษ์รักษาธรรมชาติให้เป็นสมบัติสาธารณะ  อุทยานแห่งชาติในโลกแห่งแรกจึงถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1872  คืออุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone National Park)  ในรัฐไวโอมิง 


ใน กฎหมายได้เขียนระบุไว้ว่า อุทยานแห่งชาติแห่งแรกนี้ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อ ประโยชน์และความเพลิดเพลินของประชาชนทุกคน (for the benefit and enjoyment of all people)  และเพื่อธำรงรักษาไว้จากการทำลาย  การทำป่าไม้  การขุดหาแร่ธาตุ  และเพื่อรักษาไว้ซึ่งความอัศจรรย์และน่าทึ่งของธรรมชาติ  ซึ่ง ต่อมาได้กลายเป็นจุดประสงค์ในการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติอื่น ๆ ที่ตามมาในภายหลังด้วย

การจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในโลก เป็นเพียงแนวคิดเริ่มต้นที่ไม่มีตัวอย่างการบริหารจัดการ   ในช่วงแรกถือเป็นการลองผิดลองถูกและเราก็ได้เห็นตัวอย่างผิด ๆ เช่นการเจาะต้นสนยักษ์เป็นช่องให้รถแล่นผ่านได้   การให้อาหารสัตว์ป่าจนทำให้มันพึ่งพิงนักท่องเที่ยวมากกว่าจะหากินเองตามธรรมชาติ   การตัดถนนในอุทยานมากเกินไปจนรบกวนแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า   การให้สัมปทานสร้างที่พักและโรงแรมภายในอุทยาน ฯลฯ   สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เกิดเรียนรู้จากข้อผิดพลาด  จนกระทั่งมีการบริหารจัดการที่ดีและลงตัวในปัจจุบัน    

หันกลับมาคุยเรื่องโปสการ์ดกันบ้าง  โปสการ์ดที่เอามาให้ชมกันชุดนี้ จริง ๆ เป็นภาพที่มาจากโปสเตอร์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวยังอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ  ผลิตขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1938-1941  บางรูปเป็นของเก่า แต่บางรูปเป็นของที่จัดทำขึ้นใหม่ในสไตล์เดิม  บางแห่งผมก็เขียนไว้แล้วในบล็อกก่อน ๆ  จะเอาลิงค์มาแปะไว้ด้วย  เป็นความตั้งใจของผมที่จะพาเที่ยวให้ครบทุกที่ในนี้เลยครับ อันไหนยังไม่ได้เขียนก็จะเขียนถึงในโอกาสต่อ ๆ ไป

 
 อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน  ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อพิทักษ์เปลือกโลกส่วนที่บางกว่าปกติ  ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความร้อนใต้พิภพ เช่นน้ำพุร้อน น้ำตกแคลเซียม บ่อน้ำร้อน   สัตว์ป่าต่างก็มาอาศัยความอบอุ่นของความร้อนใต้พิภพแห่งนี้กันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในหน้าหนาว



อุทยานแห่งชาติแกรนด์ทีทอน อยู่ติดกันกับอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน  มีภูเขาสูงยอดแหลม ๆ ขึ้นอยู่ริมทะเลสาบ สวยงามมาก

 

อุทยานแห่งชาติโยเซมิติ  อุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงในรัฐแคลิฟอร์เนีย  เป็นหุบเขารูปตัวยู  ภูเขาทั้งสองข้างตั้งตรงแหน่วสูงชัน โอบล้อมเราไว้ในอ้อมกอดแห่งหุบผา

 

 

 อุทยานแห่งชาติซีคัวญ่า  ไปชมต้นสนยักษ์ซีคัวญ่า ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกกันครับ 

 

 

 อุทยานแห่งชาติโอลิมปิก ไปชมระบบนิเวศที่แตกต่างกันสามชนิดที่ส่งอิทธิพลต่อกันและอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว ประกอบด้วยระบบนิเวศภูเขาสูง ระบบนิเวศริมฝั่งทะเล และระบบนิเวศป่าฝน

 

 ปรากฏการณ์ภูเขาไฟ ก่อให้เกิดอุทยานแห่งชาติที่สำคัญหลายแห่ง มีทั้งภูเขาไฟเอง เช่นที่ อุทยานแ่ห่งชาติเมาท์เรเนียร์  

 

และทะเลสาบที่เกิดจากภูเขาไฟยุบตัวที่ อุทยานแห่งชาติเครเทอร์เลค

 

 

ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เป็นเขตที่อากาศแห้งแล้ง  แต่ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติไม่ได้แห้งแล้งตามไปด้วย  หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินชื่อ อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน เป็นอย่างดี เป็นหุบผาขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำโคโลราโดเป็นล้าน ๆ ปี

 

 แกรนด์แคนยอนเป็นส่วนหนึ่งของ Grand Staircase ซึ่งหมายถึงระดับชั้นทางธรณีวิทยาที่ลดหลั่นกันเหมือนขั้นบันได  แกรนด์แคนยอนคือส่วนล่างสุดของชั้น แสดงถึงส่วนที่เก่าแก่ที่สุด  ชั้นบนถัดขึ้นไปอีกหนึ่งชั้นคือ อุทยานแห่งชาติไซออน

 

 

 ถัดจากอุทยานแห่งชาติไซออนไม่ไกล จะถึง อุทยานแห่งชาติไบรซ์แคนยอน   ซึ่งถือเป็นส่วนบนสุดของ Grand Staircase  จะพบแท่งหินประหลาดจำนวนมากมาย  คล้ายมนุษย์ที่ถูกสาบกลายเป็นหินยืนตัวแข็งทื่อ

 

 อุทยานแห่งชาติอาร์ช  ประติมากรรมหินโค้งที่ท้าทายกฎของแรงโน้มถ่วงอย่างยาวนาน  รอวันที่ถูกพิชิตลงราบคาบ

 

อุทยานแห่งชาติเมซาเวอร์เด เป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อพิทักษ์รักษาโบราณสถานของชาวอินเดียนแดง

 

 

อุทยานแห่งชาติดีนาลี (Denali National Park) หรือในชื่อเดิมว่าอุทยานแห่งชาติแมกคินลีย์ (McKinley National Park)  รัฐอลาสก้า ถูกกำหนดขึ้นเพื่อพิทักษ์ภูเขาที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือคือยอดเขาแมกคินลีย์

 

 

ปรากฏการณ์ลาวาไหลลงทะเล ที่อุทยานแห่งชาติภูเขาไฟฮาวาย (Hawaii Volcano National Park)  รัฐฮาวาย

 

อุทยานแห่งชาติเกรทสโมกี้เมาเทน (Great Smoky Mountain National Park) ทางฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา  เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอปพาเลเชียน  ซึ่งเป็นภูเขาที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  เป็นแนวเขาสลับซับซ้อนไปกับหมู่เมฆ   ขึ้นชื่อมากในเรื่องใบไม้เปลี่ยนสีหน้าฤดูใบไม้ร่วง

 

อุทยานแห่งชาติเกลเชียร์ (Glacier National Park) รัฐมอนทานา  เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแคนาเดียนร็อกกี้  (ซึ่งมีลักษณะแตกต่างไปจากอเมริกันร็อกกี้)  อยู่ติดชายแดนแคนาดา  จึงมีอุทยานฝาแฝดในฝั่งแคนาดาด้วย ชื่อว่าอุทยานวอเทอร์ตัน (Waterton Nationak Park)   ทั้งสองอุทยานถูกกำหนดร่วมกันให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้

 

อุทยานแห่งชาติถ้ำคาร์ลส์แบด (Carlsbad Cavern National Park) ในรัฐนิวเม็กซิโก  มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  มีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนนับล้านตัว และจะออกมาหากินหลังพระอาทิตย์ตกของทุกวัน   นี่ก็เป็นอีกหนึ่งในมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้

 

 

Devils' Tower National Monument  เขาหินแกรนิตที่เกิดจากแมกม่าใต้พื้นโลกพุ่งขึ้นมาแล้วเจอความเย็นเฉียบหลัน  กลายเป็นเขาหินขนาดยักษ์

 

 

หันกลับมามองประเทศเรา  เรามีการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติที่ดีแล้วหรือยัง   เราให้ความสนใจเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากน้อยเพียงใด  ทำอย่างไรจึงจะสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ธรรมชาติและประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากการท่องเที่ยว  รัฐบาลให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้เพียงพอแล้วหรือยัง   เรามีการวางแผนอนุรักษ์สมบัติทางธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานเราได้ชื่นชมแล้วหรือยัง   ฝากคำถามไปให้ช่วยกันคิดนะครับ


View US National Parks in a larger map