หลังจากเราได้ชมพีระมิดที่ยิ่งใหญ่แห่งชิเชนอิทซ่าไปแล้ว  แถบอเมริกากลางยังเต็มไปด้วยพีระมิดและอารยธรรมเก่าแก่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป    วันนี้เรามาชมกันต่อ เอาแบบทั่ว ๆ เลย

ทางตอนกลางของประเทศเม็กซิโก ห่างจากเมืองหลวงเม็กซิโกซิตี้ เพียง 40 กว่ากิโลเมตร   จะพบเมืองโบราณเรียกว่า เทโอทิวาคาน (Teotihuacan)  ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและรุ่งเรืองที่สุดในทวีปอเมริกา ครอบคลุมเนื้อที่กว่า 83 ตารางกิโลเมตร   ยุคที่รุ่งเรืองสูงสุดอยู่ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 2-5  คาดว่ามีประชากรถึงอาศัยอยู่ถึง 250,000 คน   มีพีระมิดที่สูงใหญ่และสำคัญสองแห่ง เรียกว่าพีระมิดแห่งพระอาทิตย์ (Pyramid of the Sun) และพีระมิดแห่งพระจันทร์ (Pyramid of the Moon)  ที่ยังปรากฏจนถึงปัจจุบัน

"Pyramid of the Moon"

 

ตรงกลางของทั้งสองพีระมิดเชื่อมด้วยถนนขนาดกว้าง เรียกว่า Avenue of the Dead   ชื่อเหล่านี้เป็นชื่อที่คนรุ่นหลังเรียกขึ้นมาเนื่องจากอารยธรรมได้สาบสูญไปนานแล้ว   เมื่อชนเผ่าแอซเต็ก (Aztec)  ซึ่งอพยพมาจากทางตอนเหนือของประเทศมาตั้งรกรากแถบนี้ ได้ค้นพบเมืองโบราณที่ร้างผู้คน เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง จึงเรียกเมืองนี้ว่า เทโอทิวาคาน(Teotihuacan)  ซึ่งแปลว่าเมืองที่พระเจ้าประทานให้

 

ตามความเชื่อของชนเผ่าโบราณ  ทุก 50 ปีจะสร้างพีระมิดหลังใหม่ครอบคลุมพีระมิดหลังเดิมซึ่งถูกฝังอยู่ภายใน  เพราะเชื่อว่าจะเข้าใกล้ท้องฟ้าและสวรรค์มากขึ้น   รูปที่เห็นนี้คือส่วนของพีระมิดชั้นในที่ถูกคลุมด้วยพีระมิดชั้นนอก เมื่อพีระมิดชั้นนอกผุพังลง จึงได้ปรากฏให้เห็นถึงลวดลายวิจิตรพิสดารภายในที่ถูกปกคลุมซ่อนตัวเป็นเวลากว่าพันปี    จะเห็นลวดลายหัวสัตว์ที่ประดับที่ฐานของพีระมิดชั้นในอย่างสวยงาม

ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองเทโอทิวาคานยังไม่เป็นที่ทราบอย่างแน่นอนในปัจจุบัน   มีปริศนามากมาย เช่น ใครคือชนเผ่าที่สร้างเมืองนี้ขึ้น   พีระมิดและอาคารทั้งหลายสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด  และทำไมอยู่ ๆ เมืองนี้ถึงได้กลายเป็นเมืองร้างเป็นเวลากว่าหลายร้อยปี  จนมีเผ่าพันธุ์ใหม่เข้ามาอาศัยในภายหลัง

 

เมืองโบราณอีกแห่งทางเหนือของกรุงเม็กซิโกซิตี้ไปประมาณ 90 กิโลเมตร มีชื่อว่าทูล่า (Tula)  เคยเป็นชุมชนของชาวพื้นเมืองอีกกลุ่ม เรียกว่าพวกโทลเทค (Toltecs)  มีวิหารสำคัญ   ตอนบนจะเห็นตุ๊กตานักรบ 4 ตัว ซึ่งจริง ๆ มีหน้าที่เป็นเสาค้ำยันหลังคาวิหาร  ปัจจุบันส่วนหลังคาได้ผุพังไปหมดแล้วจึงเหลือเพียงตุ๊กตานักรบยืนเด่นเป็นสง่า   ตัวที่อยู่ทางซ้ายสุด ได้ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่กรุงเม็กซิโกซิตี้   ที่เห็นเป็นรูปจำลองที่สร้างขึ้นทีหลัง

 

เมืองโบราณอูชมาล (Uxmal)  ของพวกอินเดียนแดงเผ่ามายา (Maya)  ที่อาศัยอยู่บนคาบสมุทรยูคาทาน (Yucatan)  มีกลุ่มอาคาร 15 กลุ่ม กระจายอยู่ในระยะความยาว 2 กิโลเมตร  อาคารเหล่านี้จะแบ่งเป็นห้อง ๆ สำหรับพระและชนชั้นปกครองอาศัยอยู่ภายใน

 

พีระมิดขนาดใหญ่แห่งอูชมาล มีชื่อเรียกว่าพีระมิดของโหราจารย์ (Pyramid of soothsayers)  มีฐานเป็นรูปวงรี  แทนที่จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมเหมือนพีระมิดที่พบเห็นที่อื่น ๆ

 

อูชมาลเป็นหนึ่งในมรดกโลกของยูเนสโก้ด้วยเมื่อปี ค.ศ.1996 (หรือ พ.ศ.2539)

 

นี่ก็อีกที่หนึ่งในเม็กซิโก ชื่อ El Tajin เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้อีกแห่งหนึ่ง

 

นี่ก็ พาเลงเก้ (Palenque) อีกหนึ่งมรดกโลก มีเยอะมากประเทศนี้

 

นอกจากในเม็กซิโกแล้ว อารยธรรมโบราณของพวกมายายังคลุมไปถึงประเทศกัวเตมาลา  เบลิซ และฮอนดูรัส   โดยเฉพาะที่ทิคาล (Tikal)  ในกัวเตมาลา  ซึ่งเป็นโบราณสถานของพวกมายาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

 

ที่นี่มีพีระมิดแบบขั้นถึง 6 แห่ง  มีอาคารอื่น ๆ อีกมากมายนับร้อยพันและยังรอการขุดสำรวจอยู่อีกเป็นจำนวนมาก  อารยธรรมที่ทิคาลเก่าแก่พอ ๆ กับที่เทโอทิวาคานเลยทีเดียว