สวัสดีครับ  ห่างหายไปนานกับกระทู้ท่องโลกกับโปสการ์ด  ช่วงนี้งานเข้าครับ อิอิ  ไม่มีเวลามาพาเที่ยวซักเท่าไหร่  เอาเป็นว่าถ้าเมื่อไหร่พอหาเวลาเขียนกระทู้ได้จะมาพาเที่ยวต่อนะครับ

จากเอเธนส์ขึ้นมาทางเหนือประมาณ 3 ชั่วโมง  จะถึงเมืองเก่าชื่อเดลฟี (Delphi) ซึ่งตั้งอยู่บนไหล่เขาพาร์นาสซัส (Parnassus) มีภูมิประเทศที่สวยงามมาก  ในอดีตเคยได้รับการขนานนามว่าเป็นศูนย์กลางโลกหรือสะดือของโลก (navel of the earth)  ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้

 

เมืองนี้ในอดีตเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งเทพอพอลโล ซึ่งเป็นสุริยเทพตามความเชื่อของชาวกรีกโบราณ  ปัจจุบันวิหารเทพอพอลโลผุพังจนเหลือแต่ซากในรูปถัดไป   แต่รูปที่เห็นจนเรียกว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเดลฟีกลับเป็นวิหารกลมที่เรียกว่า tholos ซึ่งเป็นวิหารของเทพอะธีนา  ใครเคยดูหนังเรื่อง Stargate ที่ฉายทางเคเบิ้ลทีวี จะเห็นจุดนี้เป็นประตูเชื่อมต่อไปยังจักรวาลระบบอื่น ๆ

 

ในรูปนี้จะเห็นวิหารเทพอพอลโลตั้งอยู่บนไหล่เขาอยู่ต่ำกว่าโรงละครกลางแจ้งลงไปหนึ่งชั้น  ในรูปจะเห็นเพียงแค่ฐานรูปสี่เหลี่ยมและมีเสา 4-5 ต้นทางด้านซ้าย  ในอดีตวิหารแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันเนื่องจากมีนักบวชหญิงที่เป็นเหมือนร่างทรงของเทพอพอลโล (มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า oracles) ที่จะคอยให้คำพยากรณ์ตั้งแต่เรื่องส่วนตัวยันเรื่องการบ้านการเมือง  ใครจะส่งทหารไปรบที่ไหนก็ต้องมาปรึกษาคำพยากรณ์ของเทพอพอลโลที่วิหารแห่งเมืองเดลฟีนี้

ถัดจากวิหารขึ้นมาจะเห็นโรงละครกลางแจ้ง  ผมว่าคนที่ชมการแสดง ณ สถานที่แห่งนี้คงมีความสุขมาก ๆ แน่ ๆ ได้เห็นวิวทิวทัศน์เบื้องล่างสวยงาม

สูงขึ้นไปอีกชั้นจากโรงละครจะเป็นสนามกีฬารูปร่างคล้าย ๆ กับสนามกีฬาโอลิมปิกในกระทู้ก่อน  สมัยโบราณไว้แข่งขันกีฬาไพเธียน  (Pythian games) ซึ่งจัดเป็นประจำทุก 4 ปีเช่นเดียวกับกีฬาโอลิมปิกแต่อยู่คนละเมืองกัน

 

ถัดขึ้นไปจากเดลฟีประมาณ 3-4 ชั่วโมง ทางตอนกลางของประเทศกรีซ จะพบหมู่สำนักสงฆ์ลอยฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์ เรียกว่า เมทีโอร่า (Meteora)    พระในศาสนาคริสต์นิกายกรีกออโธดอกซ์ ได้สร้างสำนักสงฆ์ (monastery) ไว้หลายแห่งบนยอดเขาหินทรายที่สูงชันจากพื้นราบ  ดูแล้วชวนให้เกิดความสงสัยว่าขึ้นไปสร้างอาคารบนยอดเขาสูงได้อย่างไร   ยิ่งกว่านั้นพระสงฆ์ที่อยู่ข้างบนหาอาหารและน้ำได้อย่างไร  แล้วทำไมถึงต้องไปสร้างอยู่บนนั้น  ต้องการปลีกวิเวก หรือต้องการเข้าถึงพระเจ้าให้ใกล้ที่สุด 

 

จริง ๆ แล้ว พระสงฆ์เหล่านี้หนีการคุกคามของพวกเตอร์กที่นับถือศาสนาอิสลามและกำลังแผ่ขยายอิทธิพลมายังคาบสมุทรกรีซ  และพบว่าแท่งหินทรายสูงชันเหล่านี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการตั้งสำนักสงฆ์เพื่อสืบทอดศาสนาต่อไป   ในราว 800-900 ปีก่อน เมื่อเริ่มสร้างมีสำนักสงฆ์ทั้งหมด 20 แห่งด้วยกัน  แต่ปัจจุบันเหลือที่เปิดทำการจริงอยู่เพียง 6 แห่งเท่านั้น

 

ในสมัยก่อน การขึ้นไปยังสำนักสงฆ์เหล่านี้ทำได้ยากลำบากมาก  ต้องใช้เชือกหรือตาข่ายเพื่อใช้ในการปีนป่าย   การส่งข้าวของเครื่องใช้และอาหารจะผ่านทางเชือกและตะกร้าเท่านั้น   เพิ่งจะมีการสร้างบันไดทางขึ้นและสะพานเชื่อมเมื่อไม่ถึงร้อยกว่าปีมานี้เอง

 

หมู่สำนักสงฆ์เหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี พ.ศ.2531  เนื่องจากการผสมผสานอย่างกลมกลืนระหว่างศิลปะแบบไบแซนไทน์เข้ากับสภาพแวดล้อมที่งดงามทางธรรมชาติ

 

นักบวชในนิกายกรีกออโธดอกซ์จะใส่ชุดคลุมยาวสีดำตลอดทั้งชุด  ผิดกับบาทหลวงทางฝั่งโรมันแคธอลิกที่ใส่ชุดขาวทั้งชุด   ทั้งสองนิกายแยกออกจากกันตอนที่อาณาจักรโรมันแยกเป็นอาณาจักรโรมันตะวันตกและอาณาจักรโรมันตะวันออก   เมื่อแยกการปกครองทางโลกออกจากกัน จึงแยกการปกครองทางศาสนาออกจากกันด้วย  นิกายออโธดอกซ์จึงเผยแพร่เข้าไปในประเทศทางยุโรปตะวันออก เช่น รัสเซีย โรเมเนีย บัลแกเรีย

 

แท่งหินตรงกลางมีชื่อเรียกว่า Finger of God หรือนิ้วของพระเจ้า

 

 

จบตอนเท่านี้ก่อนนะครับ  มีเวลาและโอกาสจะกลับมาพาท่องโลกกันใหม่  ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ