โลกที่แตกต่าง Devils Tower และ Badlands National Park
posted on 11 Nov 2009 23:29 by cherokee in Postcards, Travelling
คราวที่แล้วพาเที่ยวชมเมาต์รัชมอร์ รัฐเซาต์ดาโกต้าในสหรัฐอเมริกา คงมีบางคนสงสัยว่าขับรถไปตั้งไกล แถวนั้นมีอะไรให้ดูอีกบ้าง คราวนี้เลยขอพาเที่ยวชมสถานที่น่าสนใจในบริเวณใกล้เคียงอีกซักครั้ง
เมาต์รัชมอร์อยู่ในเขตเทือกเขา Black Hills ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และสัตว์ป่า ภูเขาแถบนี้เป็นหินแกรนิตเรียวสูงเหมือนนิ้วมือ แต่ฝรั่งมองเหมือนเข็มมากกว่า เลยตั้งชื่อว่า Needles Highway
หินแท่งนี้เป็นที่มาของชื่อถนน คำว่า needle แปลว่าเข็ม needle eye คือรูเข็ม หินแท่งนี้ถูกสลักด้วยกระบวนการทางธรรมชาติจนเกิดเป็นรูเหมือนรูสนเข็ม เลยได้ชื่อว่า Needles Eye
พื้นที่ป่าใน Black Hills บางส่วนได้รับการคุ้มครองไว้ในอุทยาน Custer State Park มีถนนตัดผ่านจุดชมวิวต่าง ๆ ในรูปจะเห็นเป็นส่วนโค้งวนสามชั้นเหมือนหางหมู เลยเรียกว่า Pigtail Bridge
ห่างออกไปเพียงแค่ 45 ไมล์ ขับรถไปก็ไม่เกินชั่วโมง กลับกลายเป็นดินแดนที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง เป็นเนินดินเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา แต่มีความสวยงามอย่างน่าประหลาด มียอดแหลม มีหุบเขา ดูคล้ายแกรนด์แคนยอนขนาดย่อม
ที่แห่งนี้ปราศจากพืชพันธุ์ใด ๆ จนได้รับการขนานนามว่า Badlands คล้ายกับแพะเมืองผีหรือฮ่อมจ๊อมบ้านเราแต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก แม้แต่ชาวอินเดียนแดงพื้นเมืองยังกล่าวถึงดินแดนแห่งนี้ว่าถ้าวัวหลงเข้าไปแล้วคงไม่มีทางได้คืน

จริง ๆ แล้วดินแดนแห่งนี้เคยเป็นที่ที่อุดมสมบูรณ์มาก่อน เต็มไปด้วยพืชพรรณธัญญาหารและสัตว์ป่า เมื่อกว่า 65 ล้านปีมาแล้ว แถบนี้จมอยู่ใต้ทะเล ส่วนบริเวณ Black Hills เป็นภูเขาไฟ เถ้าถ่านจากภูเขาไฟถูกพัดพามาตกตะกอนทับถมเป็นชั้น ๆ จนมีความหนาถึง 1,500 ฟุต เวลาผ่านไปเกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา เกิดเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารอย่างดีสำหรับสัตว์ในยุคนั้น มีสัตว์ป่าอาศัยมากมาย เมื่อสัตว์เหล่านี้ได้ตายและทับถมกัน เกิดเป็นฟอสซิลอยู่ใต้เนินดินแห่งนี้ แต่ละแถบสีจะแทนแต่ละยุคสมัยของโลกที่เกิดการทับถมกันเป็นชั้น ๆ
Badlands National Park เป็นแหล่งฟอสซิลชั้นดี ที่นี่พบซากฟอสซิลของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดต่าง ๆ ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ก่อนที่จะวิวัฒนาการจนเป็นสัตว์ในยุคปัจจุบัน
เทือกเขา Black Hills ไม่ได้อยู่แต่เฉพาะรัฐเซาต์ดาโกตาเท่านั้น ข้ามเส้นแบ่งเขตรัฐมายังรัฐไวโอมิงเพียงเล็กน้อย ท่านจะได้พบกับความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่ง เป็นภูเขาหินขนาดมหึมาสูงทะลุฟ้าแท่งเดียวโดด ๆ มีระดับความสูงกว่า 1267 ฟุต หรือ 386 เมตรเหนือพื้นดินโดยรอบ มีชื่อเรียกว่าแท่งหินปีศาจหรือ Devils Tower
Devils Tower ยังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ Black Hills แต่อยู่ในรัฐไวโอมิง ตัวแท่งหินเป็นหินแกรนิต ขณะที่พื้นดินรอบ ๆ ประกอบด้วยหินชั้น

ชาวอินเดียนแดงพื้นเมืองมีตำนานเล่าขานถึงที่มาของแท่งหินปีศาจแห่งนี้หลายตำนาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับหมีทั้งสิ้น ตำนานแรกกล่าวว่ามีเด็กพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งเล่นกันอยู่ จู่ ๆ ก็หมีก็โผล่ออกมา เด็กทั้งหมดตกใจจึงวิ่งหนีขึ้นตอไม้ หมีก็วิ่งตาม ด้วยความกลัว เด็ก ๆ จึงอธิษฐานขอให้เทวดาช่วย เทวดาจึงเนรมิตให้ตอไม้นั้นยกสูงขึ้นมาเพื่อให้หมีไล่ไม่ถึง หมีจึงได้แต่ตะกายไล่ล่าทุกทิศทุกทาง แต่ด้วยความสูงชันจึงไม่สามารถปีนป่ายขึ้นไปถึงด้านบนได้ รอยเล็บที่ครูดลงมาทำให้เกิดเป็นแนวเส้น ๆ เมื่อหมีเหนื่อยอ่อน เด็ก ๆ จึงปีนลงมาแล้วตัดหางหมีเพื่อเป็นการลงโทษ หมีตัวนี้คงเป็นบรรพบุรุษของหมีบนโลก เพราะตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหมีทุกตัวจึงไม่มีหาง และต่อมาตอไม้ได้กลายเป็นหินเหมือนในปัจจุบัน
ในทางวิทยาศาสตร์ นักธรณีวิทยาสันนิษฐานการเกิดแท่งหินนี้ว่า เมื่อประมาณ 60 ล้านปีก่อน แม็กมาจากใต้พิภพได้ประทุพวยพุ่งทะลุผิวโลกซึ่งเป็นหินชั้นที่มีความแข็งน้อยกว่า ต่อมาแม็กมาเย็นตัวลงใต้ผิวโลก จึงหดตัวเกิดเป็นรอยแตกในแนวดิ่ง เมื่อเวลาผ่านไปชั้นผิวโลกที่เป็นหินตะกอนผุพังลงไป จึงเปิดเผยถึงแท่งหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งทนทานกว่าปรากฏสูงเสียดฟ้า
ฟังดูน่าเบื่อกว่าตำนานข้างบนของชาวอินเดียนแดงใช่ไหมครับ
ที่ Devils Tower เป็นสวรรค์ของนักปีนเขาเลยทีเดียว นักปีนเขาประมาณ 5000 คนเดินทางมาที่นี่เพื่อพิชิตเขาหินมหึมาลูกนี้ นักปีนเขาส่วนใหญ่สามารถปีนขึ้นและลงได้ภายในวันเดียว
พื้นที่แถบนี้นอกจากภูเขาสูงแล้ว ส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าแพร์รี่ สัตว์ที่พบได้ทั่วไปในบริเวณนี้ แต่ไม่ค่อยพบที่อื่นมีชื่อเรียกว่า prairie dog เป็นสัตว์ในตระกูลกระรอก น่ารักมากและไม่กลัวคน
ยิ่งเดินทาง ยิ่งพบว่าโลกนี้ช่างกว้างใหญ่ มีสิ่งต่าง ๆ ที่เราไม่เคยพบไม่เคยสัมผัสรออยู่ข้างหน้ามากมาย ยิ่งได้เห็น ยิ่งเข้าใจ และพร้อมจะเปิดโลกทัศน์รับรู้ในสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา ชีวิตคือการเรียนรู้ไม่สิ้นสุดครับ
View Devils Tower-Badlands in a larger map