คราวที่แล้วผมพาไปชมมหกรรมรามายณะนานาชาติ เพิ่งได้ชมไปแค่สองประเทศเอง คืออินเดียกับสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการแสดงกถกฬิ คราวนี้เราจะมาชมการแสดงของ ๕ ชาติที่เหลือกันต่อ จะเห็นว่ามหากาพย์รามายณะได้แพร่กระจายไปไกลจากต้นกำเนิดอินเดีย จนถึงประเทศหมู่เกาะอย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย แต่ละประเทศมีการตีความเนื้อเรื่องให้เข้ากับประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นของตนอย่างน่าสนใจ

 

เริ่มเรื่องกันที่ประเทศพม่าก่อน เป็นตอนพระรามยกศร โขนพม่าดูคล้ายของไทยแต่ไม่เหมือนทีเดียว พระรามสีเขียว พระลักษมณ์สีเหลืองเหมือนของไทย แต่ตัวพระของพม่าจะสวมหัวโขนไม่เหมือนของไทยที่แสดงหน้าจริงของผู้แสดง รามายณะของพม่าทศกัณฐ์มาลองยกศรด้วยแฮะ

 

พระรามแผลงศร

 

ทศกัณฐ์ส่งมารีศปลอมตัวเป็นกวางทองไปล่อนางสีดา กวางพม่าพริ้วมาก ๆ เต้นกระดุ๊กกระดิ๊กเหมือนกระต่ายมากกว่า น่าจะเป็นพระเอกของงานนี้เลย

 

นางสีดาพม่ากับพระราม

 

นางสีดากำลังออดอ้อนพระรามให้ไปจับกวางทอง

 

ลงไปชักดิ้นชักงอ จาอาวกวาง ๆๆ พระรามจะยันโครมเข้าให้ เรื่องมากเจง ๆ

 

พระรามจำใจต้องไปจับกวางทอง แต่สั่งให้พระลักษมณ์เฝ้านางสีดาไว้

 

พระรามตามกวางทองจำแลง ฉากจบลงแค่นี้ แต่จะเล่าต่ออีกหน่อย พระรามแผลงศรไปถูกมารีศกวางเก๊ ก่อนจะตายกวางแกล้งร้องเสียงพระรามว่าช่วยด้วย นางสีดาได้ยินก็ตกใจจึงให้พระลักษมณ์ไปดู พระลักษมณ์รู้ว่านี่ไม่ใช่เสียงของพี่ชาย แต่ก็ขัดนางสีดาไม่ได้ จึงขีดวงไว้และบอกนางสีดาว่าห้ามออกนอกวงนี้ แต่สุดท้ายทศกัณฐ์ก็แปลงกายมาหลอกให้นางสีดาออกนอกวงจนได้ เลยสามารถลักพาตัวนางสีดาไปได้จนเจอนกสดายุอย่างที่เห็นกันในการแสดงของอินเดีย

 

มาชมการแสดงของอินโดนีเซียกันต่อ เป็นฉากสงครามระหว่างกองทัพพระรามกับพวกยักษ์พระรามของอินโดนีเซียอยู่ตรงกลาง ด้านซ้ายน่าจะเป็นพระลักษมณ์ ส่วนด้านขวาไม่แน่ใจว่าเป็นใครแต่ไม่ใช่ลิงเลยเดาว่าเป็นพิเภกน้องชายทศกัณฐ์ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพี่ชาย เลยถูกขับและมาเข้าสวามิภักดิ์ต่อพระราม

 

พระรามกับหนุมานแบบอินโด ไม่ใช่ซานต้าคลอสนะคร้าบ อิอิ

 

หนุมานโชว์สเต็ป

 

ทศกัณฐ์ของอินโดนีเซีย เกร็ดความรู้นิดหน่อย ทศกัณฐ์ภาษาอังกฤษเรียก Ravana (ราวาณะ)เรียกแบบไทย ๆ ก็คือราพณ์ หรือราพณาสูรนั่นเอง เราใช้คำว่าราพณาสูรในความหมายว่าราบเรียบไม่เหลือจนความหมายเดิมหายไปแล้ว

 

ของอินโดนีเซียสู้กันด้วยกฤช ของไทยสู้กันด้วยคันศร

 

ฉากหนุมานเผากรุงลงกา ทศกัณฐ์สั่งให้เผาหนุมาน พอร่างกายจุดไฟได้ที่ก็สลัดเชือกที่มัดและเหาะเอาไฟไปติดตามที่ต่าง ๆ จนวอดวายทั้งลงกา

 

เมื่อพบกันหลังจากเสร็จสงคราม พระรามไม่ไว้ใจในตัวนางสีดาหลังจากไม่พบกันมานาน จะเสร็จยักษ์ไปแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้ จึงทำหน้าหมางเมิน

 

เมื่อลุยไฟพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ทั้งสองจึงกลับมาคืนดีอีกครั้ง

 

การแสดงจากฟิลิปปินส์ ถึงฟิลิปปินส์จะเป็นชาติที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกมาจากสเปนมากกว่าอิทธิพลจากอารยธรรมตะวันออก แต่ก็มีรามเกียรติ์แบบพื้นบ้าน ฉากนี้เป็นฉากสีดาลุยไฟ ก่อนลุยใส่ชุดสีม่วง ๆ

 

พระอัคนีออกมายืนยันความบริสุทธิ์ ชุดของนางสีดากลายเป็นสีขาวแบบฟิลิปปินส์

 

ทั้งสองกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง จึงเต้นรำด้วยความบันเทิงใจ ยืนยันว่านางสีดาไม่ใช่ซินเดอเรลลากำลังเต้นรำกับเจ้าชาย

 

พระรามเสด็จกลับกรุงอโยธยาเพื่อครองราชย์

 

พระรามฟิลิปปินส์มาดเท่

 

การแสดงของกัมพูชา ตอนพระมงกุฎพระลบ เหมือนของไทยมาก ทั้งดนตรี ท่วงท่าลีลา

 

พระมงกุฎคือพระโอรสของพระรามกับนางสีดา ขณะนางสีดาตั้งครรภ์มีนางยักษ์แปลงกายเป็นนางกำนัลลวงถามหน้าตาของทศกัณฐ์ นางสีดาจึงวาดรูปให้ดู พระรามมาเห็นเข้าเกิดเข้าใจผิดคิดว่านางสีดาอาลัยอาวรณ์ทศกัณฐ์จึงขับไล่ออกไป นางสีดาไปอาศัยอยู่กับฤษีในป่า วันหนึ่งนางฝากลูกไว้กับฤษีแล้วไปอาบน้ำ ระหว่างทางเห็นลิงแม่ลูกจึงคิดถึงหวนกลับไปอุ้มลูกมาด้วย ฝ่ายฤษีเมื่อลืมตาขึ้นมาพบพระโอรสหายไป จึงทำพิธีเสกขึ้นมาใหม่ เลยกลายเป็นเพื่อนเล่นกันคือพระมงกุฎกับพระลบ

เรื่องตอนนี้คิดว่าฉบับของอินเดียไม่มี น่าจะมีในฉบับของไทยเท่านั้น เนื่องจากโขนของกัมพูชารับมาจากราชสำนักของไทย จึงรับเอาตอนนี้มาด้วย

 

มีวันหนึ่งพระมงกุฎพระลบประลองศรเพื่อทดสอบฤทธิ์กัน เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว พระรามเมื่อได้ยินก็รู้ว่ามีผู้มีฤทธิ์มากมาทดลองฤทธิ์ จึงทำพิธีปล่อยม้าอุปการ ที่คอมีสาส์นผูกไว้ว่าหากใครอ่อนน้อมต่อพระรามก็ให้ทำความเคารพม้าอุปการ

 

พระมงกุฎพระลบพบม้าอุปการ จึงจับมาขี่เล่น

 

หนุมานซึ่งซุ่มแอบติดตามม้าอุปการเห็นสองกุมารขึ้นขี่ม้าอุปการ จึงเข้าต่อสู้หมายจะจับตัวไปถวายพระราม แต่โดนสองพระกุมารจับมัดและเขียนสลักไว้บนหน้าว่าเจ้าของวานรตนนี้เท่านั้นที่จะแก้มัดได้

 

อีกฉากหนึ่งของกัมพูชา ตอนจองถนน พระรามให้หนุมานคุมทัพลิงไปถมทะเลทำคันกั้นน้ำ ม่ายช่ายละ เอาหินไปถมทะเลทำถนนข้ามไปกรุงลงกาต่างหาก

 

ฝ่ายลิงก็ถมหิน ฝ่ายปลาก็ขนหินไปทิ้ง เอ๊ะ คุ้น ๆ เหมือนบ้านเราตอนน้ำท่วมเลยนี่หว่า

 

หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา(ทำภรรยา)

 

การแสดงของไทย ในฐานะเจ้าบ้านจึงขนกรมศิลปากรชุดใหญ่จัดเต็มมา เป็นตอนยกรบ

 

ฉากนี้ภูมิใจ น้ำตาแทบไหล โขนไทยไม่แพ้ชาติอื่นเลย งดงามทั้งท่วงท่าลีลา ชุด ฉาก

 

ทศกัณฐ์ใช้น้องใช้ลูกใช้หลานจนแทบเกลี้ยงวงศ์ยักษ์ เลยต้องมาออกรบกับพระรามพระลักษมณ์ด้วยตนเอง

 

ท่านี้งามที่สุด เรียกว่าท่าขึ้นลอย

 

กลับคืนสู่พระนคร ขนมาหมดกรมศิลป์เลยมั้งฉากนี้ ทั้งสามแม่ ทั้งสี่พี่น้อง ทั้งลิงทั้งยักษ์

 

การแสดงชุดนี้ถือเป็นการเปิดหูเปิดตา และเพิ่มความภูมิใจในเอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทยอย่างมาก อยากให้จัดแสดงแบบนี้อีกบ่อย ๆ จะเก็บเงินค่าตั๋วก็ได้ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรมที่จัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ให้คนไทยได้ชม เป็นบันทึกนักเดินทางฉบับที่เดินทางด้วยตาและใจอย่างแม้จริง

Comment

Comment:

Tweet

surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile cry cry cry cry cry cry

#3 By (110.168.232.249|110.168.232.249) on 2015-02-08 10:55

ของไทยสุดยอด ไม่นึกว่ารามายณะ จะเผยแพร่ในอาเซียนขนาดนี้

#2 By N.U.K on 2013-01-11 16:40

สวยมากเลยค่ะ

#1 By มิ้ง (202.12.74.161) on 2012-01-19 14:36