สวัสดีครับ ในอีกหลายตอนต่อไปนี้ จะพาไปเที่ยวชมดินแดนแห่งสองทวีป คือประเทศตุรกี ประเทศนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานผ่านมาหลายยุคหลายสมัย
 
ประเทศตุรกีมีอาณาบริเวณอยู่บนทวีปเอเชียและทวีปยุโรป ส่วนที่อยู่ในทวีปเอเชียคิดเป็น 97% ของพื้นที่ทั้งหมด เป็นคาบสมุทรรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า เรียกว่าคาบสมุทรอนาโตเลีย (Anatolia) เดิมทีประเทศตุรกีเคยมีเนื้อที่กว้างใหญ่ กินอาณาบริเวณทางยุโรปตะวันออกครอบคลุมประเทศกรีซ บัลแกเรีย มาร์เซโดเนีย และประเทศต่าง ๆ ในคาบสมุทรบอลข่าน จนไปถึงฮังการี แต่ปัจจุบันสูญเสียดินแดนในยุโรปไปจนเกือบหมด จนเหลือเพียง 3% ของพื้นที่ที่ยังคงอยู่ในทวีปยุโรป เรียกส่วนนี้ว่าเทรซ (Thrace)
 
 
 
พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศตุรกีมีมนุษย์อาศัยอยู่มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนมาถึงยุคประวัติศาสตร์ และดินแดนแถบนี้ก็อยู่คู่ประวัติศาสตร์โลกมาตลอด ตั้งแต่ยุคเมโสโปเตเมีย อัสซีเรีย ตลอดมาจนถึงยุคกรีก-โรมัน คริสเตียนตอนต้น ไบแซนไทน์ จนมาถึงยุคออตโตมันเติร์ก
 
 

ตอนแรกนี้จะขอย้อนยุคไปถึงสมัยกรีก-โรมันที่มีอิทธิพลในดินแดนแถบนี้
 
หลายท่านคงได้ยินสงครามทรอย ที่เป็นศึกระหว่างพวกกรีกกับอาณาจักรทรอย มีเทพเจ้าถือหางแต่ละฝ่าย จนสุดท้ายฝ่ายกรีกเป็นผู้ชนะจากกลยุทธ์ม้าไม้ที่แอบเอาทหารซ่อนไว้ในม้าไม้ขนาดยักษ์ ที่ทำทีว่าพวกกรีกขอสงบศึกโดยยกม้าไม้ตัวนี้ให้เป็นที่ระลึกก่อนจากไป  ตื่นเช้ามาชาวเมืองทรอยเห็นม้าไม้ตั้งอยู่นอกเมืองก็ดีใจ เข็นเข้าไปไว้ในเมือง  พวกทหารที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้จึงกระโดดออกมาแล้วเปิดประตูเมืองให้พวกทหารกรีกที่แอบซุ่มอยู่เข้ามาตีเมืองได้จนเป็นผลสำเร็จ  กรุงทรอยที่ว่านั้นอยู่ในประเทศตุรกีนี่เอง 
 
 
 
หลายท่านอาจจะแปลกใจว่าทรอยที่ว่าทำไมถึงอยู่ในดินแดนประเทศตุรกี ซึ่งเป็นประเทศอิสลาม  อย่าลืมว่าในขณะนั้นยังไม่มีศาสนาอิสลาม ไม่มีศาสนาคริสต์ ดินแดนที่อยู่ใกล้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนต่างก็สร้างความเจริญมาในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน  เป็นมิตรกันบ้างศัตรูกันบ้าง เป็นธรรมดา   ปัจจุบันเมืองทรอยเหลือแต่ซากโบราณที่ยังคงขุดค้นกันต่อไป และมีม้าไม้ที่มาจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่องทรอย ซึ่งเป็นเรื่องราววีรกรรมของอาคีลิสและเฮกเตอร์  ฮอลลีวูดยกม้าที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ไว้ให้ชาวเมืองทรอยหลังจากถ่ายทำเสร็จ เพื่อช่วยส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว
 
 
 
เมืองโบราณที่ยังพอเห็นเค้าลางของความรุ่งเรืองยิ่งใหญ่ในอดีตได้แก่เมืองเอฟิซุส (Ephesus) เป็นเมืองของอาณาจักรโรมัน (ซึ่งต่อมาหลังจากยุคกรีก) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียในสมัยนั้น  เมืองเอฟิซุสเป็นเมืองโบราณ อยู่แขวงเมืองเซลจุก (Selçuk) ตัวเมืองเซลจุกกับเมืองโบราณเอฟิซุสอยู่ห่างกันประมาณ 3 กิโลเมตร มีที่พัก ร้านอาหาร เป็นศูนย์กลางการคมนาคม มีสถานีรถบัสและรถไฟ  
 
ในอดีตเอฟิซุสเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของโรมันในคาบสมุทรอนาโตเลีย เป็นศูนย์กลางการค้า การคมนาคม ตั้งอยู่ริมทะเล  จนได้รับการกำหนดให้เป็นเมืองหลวงแห่งเอเชียของอาณาจักรโรมัน
 
 
 
ในอดีต เอฟิซุสมีความสำคัญตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ เป็นที่ตั้งของวิหารอาร์เตมิส ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่เทพีอาร์เตมิส (Artemis) หรือที่โรมันเรียกว่าเทพีไดอานา (Diana) ซึ่งเป็นเทพีแห่งดวงจันทร์และการล่าสัตว์ เป็นฝาแฝดกับเทพอพอลโลที่เป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ สร้างด้วยหินอ่อน มีขนาดใหญ่โต ประกอบด้วยเสาถึง 127 ต้น ใหญ่กว่าวิหารพาร์เทนอนในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซเสียอีก จึงได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคนั้น ในปี 356 ก่อนคริสตศักราช ได้ถูกลอบวางเพลิงเผา เหตุผลคือผู้ที่วางเพลิงต้องการให้ชื่อเสียงของตนถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ เขาผู้นั้นชื่อ Herostratus  ดังแบบนี้ไม่ดีนะครับ
 
 
 
หลังจากวิหารอาร์เตมิสถูกทำลายลง ก็มีความพยายามสร้างขึ้นใหม่ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชซึ่งผ่านมาทางนี้ก่อนกรีฑาทัพไปตะลุยถึงเอเชียกลาง อาสาจะช่วยสร้างขึ้นใหม่ แต่ขอให้จารึกชื่อของพระองค์ไว้ที่วิหารแห่งนี้ แต่ชาวเมืองหาอุบายปฎิเสธข้อเสนอนี้โดยให้เหตุผลว่า เทพเจ้าองค์หนึ่งไม่ควรถวายของแด่เทพเจ้าอีกองค์หนึ่ง พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชจึงปลื้มใจที่ชาวเมืองยกย่องพระองค์เสมอเทพเจ้าอีกองค์หนึ่ง จึงปล่อยให้ชาวเมืองจัดการกันเอง แต่สุดท้ายวิหารแห่งนี้ก็ถูกทำลายลงอีกครั้งโดยพวกอนารยชน เมื่อศาสนาคริสต์เข้ามามีอิทธิพล ก็ละทิ้งการเคารพบูชาเทพเจ้าดั้งเดิมของพวกโรมัน ตั้งแต่นั้นวิหารแห่งนี้และเมืองเอฟิซุสจึงหมดความสำคัญลง ปัจจุบันเหลือแต่เพียงเสาโบราณอยู่เพียงเสาเดียวอย่างที่เห็นในรูป
 
 
 
รูปสลักเทพีอาร์เตมิสที่นี่มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างไปจากที่พบในประเทศกรีซหรือที่อื่น ๆ คือรอบอกจะมีลูก ๆ ห้อยเต็มไปหมด จนมีชื่อเรียกเล่น ๆ ว่าแม่ลูกดก ว่ากันว่าลูก ๆ ที่เห็นคืออัณฑะวัวที่เอามาแขวนเพื่อขอลูก  จริง ๆ เทพีอาร์เตมิสเป็นเทพีพรหมจารี จึงน่าแปลกใจที่ทำไมถึงกลายเป็นเทพีแห่งการให้ลูกไปได้  เดิมแถบนี้มีเทพเจ้าท้องถิ่นก่อนที่พวกกรีก-โรมันเข้ามา ชื่อว่าเทพี Cybele เป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์  เมื่อพวกกรีก-โรมันนำเทพเจ้าของตนเข้ามาในดินแดนแถบนี้ จึงผสมผสานกับเทพเจ้าท้องถิ่นเดิม กลายเป็นเทพีอาร์เตมิสผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง และการให้ลูก
 
แต่อีกตำนานหนึ่งบอกว่าเทพีอาร์เตมิสเป็นแฝดผู้พี่ของเทพอพอลโล และช่วยแม่คลอดน้องชาย (เทวดานี่ทำอะไรก็ไม่แปลกเนอะ เกิดมาปุ๊บก็เสกได้เลย) เธอจึงได้รับการยกย่องให้เป็นเทพีผู้คุ้มครองหญิงมีครรภ์และการให้กำเนิดบุตร นี่อาจจะเป็นที่มาของการขอลูกก็ได้
 
 
 
เมืองเอฟิซุสมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ ซากเมืองที่เห็นในปัจจุบันมีความสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อาจจะเป็นรองแค่ปอมเปอีเท่านั้น อาคารทั้งหลายได้รับการบูรณะให้อยู่ในสภาพดี ทำให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในยุคที่เจริญถึงขีดสุด
 
 
 
อาคารที่โดดเด่นที่สุดจนเป็นสัญลักษณ์ของเอฟิซุสคือห้องสมุดของเซลซุส (Library of Celsus)   เป็นอาคารสองชั้น ด้านหน้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อรับแสงสว่างยามเช้าสำหรับนักอ่านที่มากันแต่เช้า ถ้าเป็นไปได้จึงควรเลือกจะมาชมเอฟิซุสช่วงเช้า เพราะถ้ามาตอนบ่ายจะย้อนแสง ด้านหน้าห้องสมุดจะมืด ถ่ายรูปไม่สวย

 
 
ห้องสมุดนี้สร้างขึ้นในราวปี ค.ศ. 114 โดย ท่านกงสุล ทิเบเรียส จูเลียส อกีลา (Julius Aquila) เพื่ออุทิศให้เป็นอนุสรณ์แด่พ่อของท่านซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีของโรมันที่ปกครองแคว้นเอเชียไมเนอร์ ชื่อ เซลซัส โพเลเมียนุส (Celsus Polemeanus) ซึ่งหลุมฝังศพของท่านอยู่ใต้ห้องสมุดแห่งนี้ ภายในมีห้องอ่านหนังสือ และช่องเก็บม้วนหนังสือ (parchment scroll) ถึง 12,000 ม้วน
 
 
 
ด้านหน้ามีรูปปั้นของเทพี 4 องค์ด้วยกัน ได้แก่ Sophia (wisdom - ปัญญา), Arete (virtue - ความดี), Ennoia (thought - ความคิด), Episteme (knowledge - ความรู้)
 
 
 
อาคารสำคัญอีกแห่งคือวิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน (Temple of Hadrian) สร้างขึ้นถวายแด่จักรพรรดิเฮเดรียนซึ่งเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่อีกองค์หนึ่งของโรมัน ความโดดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก ด้านหน้าเป็นเสาโครินเธียน 4 ต้น คู่กลางรองรับโค้งครึ่งวงกลมที่เรียงอย่างสวยงาม  โค้งด้านหลังมีภาพแกะสลักเป็นรูปนางเมดูซ่า หัวเป็นงู
 
 
 
รอยจารึกบนหินอ่อน มีรูปฝ่าเท้า หัวใจ และรูปสตรี พร้อมป้ายโฆษณา นักประวัติศาสตร์ยืนยันว่าเป็นโฆษณาหอนางโลมที่อยู่ไม่ไกลออกไป รูปหญิงสาวกับรูปหัวใจก็พอเข้าใจได้ แต่รูปฝ่าเท้านี่จะสื่อถึงงอะไรก็ไม่ทราบได้
 
 
 
สิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอฟิซุสคือโรงละคร (Great Theatre) ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถบรรจุคนได้ถึง 25,000 คน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้น  เดิมสร้างตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ แต่พวกโรมันมาปรับปรุงซ่อมแซมให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น
 
 
 
ในอดีตเมืองเอฟิซุสเป็นเมืองท่าอยู่ติดทะเลอีเจียน เป็นจุดศูนย์กลางการค้าขายและคมนาคม จากโรงละครจะเห็นถนนต่อออกไปจนสุดแผ่นดินกลายเป็นทะเล ต่อมาทะเลเกิดการตื้นเขินขึ้นจากแม่น้ำที่พัดพาตะกอนมาทับถมที่ปากแม่น้ำ จึงทำให้เมืองเอฟิซุสหมดความสำคัญลงไป ปัจจุบันเอฟิซุสอยู่ห่างจากชายทะเลถึง 5 กิโลเมตร
 

 
เมืองเอฟิซุส (หรือเซลจุกในปัจจุบัน) นอกจากเป็นเมืองสำคัญของโรมันแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในระยะเริ่มต้นของคริสตศาสนา เซนต์จอห์น 1 ใน 12 อัครสาวกของพระเยซูผู้เขียนพระวรสาร (Gospel) ได้มาที่เอฟิซุสสองหน หนแรกมาพร้อมพระแม่มารี พระมารดาของพระเยซู พระเยซูฝากฝังให้นักบุญจอห์นช่วยดูแลพระนางมารีต่อหลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์  ท่านได้พาพระแม่มารีเดินทางมาจนถึงเอฟิซุสและอยู่ดูแลจนสิ้นพระชนม์ อีกหลายปีต่อมาท่านกลับมาที่เอฟิซุสอีกครั้ง และได้เขียนบางบทของพระคัมภีร์ไบเบิลจนเสียชีวิตที่นี่ นับเป็นอัครสาวกคนเดียวที่ตายด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ได้ถูกพวกโรมันฆ่าตาย
 
 
 
หลังจากคริสตศาสนากลายเป็นศาสนาประจำชาติโรมัน ได้มีการสร้างโบสถ์เล็ก ๆ บริเวณที่เซนต์จอห์นถูกฝังไว้  ต่อมาจักรพรรดิจัสติเนียนซึ่งรับเอาคริสตศาสนาเป็นศาสนาประจำอาณาจักรโรมัน ได้มีพระบัญชาให้สร้างโบสถ์ขนาดใหญ่แทนที่โบสถ์หลังเดิม โดยใช้วัสดุก่อสร้างบางส่วนจากวิหารอาร์เตมิสที่ถูกทำลายลง  ปัจจุบันโบสถ์ของเซนต์จอห์นเหลือแต่ซากอย่างในรูป 
 
 
พบกันใหม่คราวหน้าครับ

Comment

Comment:

Tweet

ขอรบกวนสอบถามยปเที่ยวตุรกีช่วงเดือนไหนดีอะครับbig smile

#17 By kim (103.7.57.18|118.172.217.140) on 2012-12-20 17:37

จะไปเดือนธันวาคมนี้ค่ะ แต่ยังไม่ได้วางแผนที่พักที่เที่ยวและการเดินทางเลยค่ะ จะขอข้อมูลได้ไหมคะ ที่เมล์ nant63@hotmail.com

ขอบคุณมากค่ะ

#16 By lady_coral (10.161.2.34, 202.28.64.1) on 2011-11-15 21:47

อ่านรีวิวทั้งในพันทิปและที่นี่ ชอบมากเลยค่ะ กะว่าจะไปเที่ยวเหมือนกันในเร็วๆ นี้ อยากจะได้ข้อมูลและคำแนะนำจังเลยค่ะ

#15 By lady_coral (10.161.2.34, 202.28.64.1) on 2011-11-15 21:44

ผมและคณะเคยไปเล่นคนตรีที่โรงละครแห่งนี้ เมื่อปี2535

#14 By (210.1.31.28) on 2011-09-30 07:24

สวัสดีค่ะ เผอิญผ่านมาเจอน่ะค่ะ จริงๆชอบตุรกีมานานแล้ว
ได้แต่หาหนังสือมาอ่าน ยังไม่มีโอกาสไปสักที
ตอนนี้กำลังหาทางจะไปประมาณตุลานี้ ไม่ทราบว่าจะขอคำแนะนำ
ทางอีเมลล์ได้ไม๊คะ ขอบคุณค่ะ
minta46@gmail.com

#13 By Nineteen (49.237.47.64) on 2011-08-25 10:10

สวยมากค่ะ พึ่งรู้ว่ากรุงทรอยอยู่ในตุรกี่ อยากไปเที่ยวจังbig smile

#12 By Angko (202.176.95.39) on 2011-07-21 19:41

เจ้าชายน้อย - กองทัพเรือไทยส่งเรือไปถึงตุรกีไหมครับ ผมเห็นเรือดำน้ำในน่านน้ำของตุรกี ไม่ทราบว่าเป็นของประเทศไหน อาจจะของตุรกีเอง

φείβλας - ตอนกรีซกับตุรกีแยกประเทศกัน คงลำบากน่าดูนะครับว่าตรงไหนควรเป็นของประเทศใด เกาะหลายเกาะของกรีซไปจากตุรกีง่ายกว่าอีก เพราะอยู่แทบชิดแผ่นดินตุรกีเลย

imai283 - ถ้าทำรีวิวเมื่อไหร่ ช่วยแวะมาตามด้วยนะครับ

big smile

#9 By Cherokee on 2011-06-14 23:10

อ่า...ไม่ได้ทำรีวิวหน่ะค่ะ แค่เอารูปแปะๆลงเฟซบุ๊คเฉยๆsad smile พอดีไปเที่ยวหลายเมืองด้วย ก้อเลยแปะแค่เมืองละรูป 2 รูปหน่ะค่ะ

#8 By imai283 on 2011-06-13 22:49

Hot! Hot!
ที่จริงผมไม่แปลกใจเท่าไหร่นะ เรื่องที่ทรอยอยู่ในตุรกี เพราะอย่างที่รู้กันว่าตุรกีอยู่ติดกับกรีก ตำแหน่งนั้นเป็นบริเวณของกรีกโบราณทั้งหมด และเมื่อก่อนเคยเล่นเกมนึงมีให้ไปตีทรอย ในนั้นมีแผนที่บอกก็พอจะคุ้นๆตำแหน่งอยุ่

#7 By φυβλας on 2011-06-13 21:33

เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์มากมาย อยากไปสักครั้งครับ

#6 By เจ้าชายน้อย on 2011-06-13 07:55

JiBi_AI - ครั้งแรกที่ได้ยินก็แปลกใจเช่นเดียวกัน จริง ๆ แล้วสมัยก่อนมีคนกรีซอยู่ในตุรกีเยอะ และคนตุรกีก็อยู่ในกรีซเยอะ จนแยกประเทศกันนั่นแหละครับ ถึงมีการแลกประชากรกัน ถ้าเป็นเมือง 300 ปีก่อนอาจจะไม่แปลกใจที่ทรอยอยู่ในตุรกีครับ

Snoopy in BKK - รอชุดใหญ่แบบจัดเต็มทีหลังนะครับ

แม่นีโอ - เที่ยวประเทศตุรกีนี่ยังกับเรียนประวัติศาสตร์กันใหม่เลยทีเดียว จะค่อย ๆ เล่าให้ฟังนะครับ

imai283 - ขอบคุณสำหรับคำอธิบายนะครับ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง แล้วได้ทำรีวิวไว้หรือเปล่าครับ จะได้ตามไปอ่าน

#5 By Cherokee on 2011-06-12 23:51

อ่ะ...เราพึ่งไปเที่ยวมาเมื่อต้นปีนี้เอง เห็นแล้วก้อนึกถึงตอนที่ตัวเองไปเที่ยว ถ่ายรูปมาเยอะแยะเลย (เพื่อนที่ไปด้วยกันแอบบ้าถ่ายรูปsad smile)

ป.ล. เรื่องรอยเท้าที่ป้ายโฆษณา เห็นไกด์เค้าบอกว่าเป็นสัญลักษณ์บอกทาง ประมาณว่าให้เดินไปตามทางที่รอยเท้าหันไปจนสุด (ไปถึงหน้าหอสมุดพอดี) เค้าบอกว่าเมื่อก่อนสถานที่พบปะกันของชาวเมืองคือที่หอสมุด เพราะงั้นเลยกลายเป็นที่เจอกันของคนซื้อบริการกับคนขายบริการไปโดนปริยาย

#4 By imai283 on 2011-06-12 20:57

คุณ Cherokee ทำให้แม่นีโอเรียกความทรงจำกลับคืนมาเลยนะคะเนี่ย เรียนประวัติศาสตร์มาแล้ว แต่ก็ส่งคืนคุณครูไปเกือบหมดเลย อิอิ

แล้วจะรอติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะ

#3 By แม่นีโอ (124.122.107.126) on 2011-06-12 19:45

ว้าว...คุ้มค่าสมการรอคอยจริงๆ ค่ะ

คิดถึง Ephesus จริงๆ เลย...big smile

#2 By Snoopy in BKK (61.90.97.52) on 2011-06-12 19:29

ว้าววว Hot!
รู้ว่ามีอะไรหลายอย่าง แต่เมืองทรอยก็อยู่ในเขตประเทศตุรกีด้วยนี่เพิ่งรู้จริงๆ
น่าไปมากเลยค่ะ (✪ฺД✪ฺ)

#1 By JiBi_AI on 2011-06-12 19:08