รีวิวชุดนี้ ผมจะพาไปเที่ยวประเทศที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกันในหมู่คนไทยคือประเทศอุซเบกิสถาน (Uzbekistan)  เป็นดินแดนแห่งเส้นทางสายแพรไหม (Silk Road) เนื่องจากเป็นเส้นทางการค้าตั้งแต่สมัยโบราณระหว่างจีน อินเดีย เปอร์เซีย ตะวันออกกลาง จนถึงทวีปยุโรป  ดินแดนแถบนี้จึงซึมซับอารยธรรมจากทั้งทุกด้าน รวมทั้งอิทธิพลของโซเวียตที่ปกครองกว่าร้อยปี  ผสมผสานจนเป็นรูปแบบเฉพาะที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม

 

ในบรรดาภูมิภาคต่าง ๆ ของทวีปเอเชีย  ประเทศที่อยู่ตรงกลางทวีปเป็นดินแดนที่เป็นที่รู้จักกันน้อยที่สุด มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน แต่ถูกซุกซ่อนบดบังในร่มเงาแห่งสหภาพโซเวียต  จนเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายลง ประเทศเหล่านี้จึงประกาศอิสรภาพเกิดเป็นประเทศใหม่บนโลกนี้ 5 ประเทศ  เรียกรวมกันว่าเป็นเขตเอเชียกลาง (Central Asia) 

ประเทศทั้งห้า เกิดขึ้นในโลกใบนี้โดยแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียตเมื่อปี ค.ศ. 1991 หลังจากรวมอยู่ในสหภาพเป็นเวลาร้อยกว่าปี  ทุกประเทศมีชื่อลงท้ายด้วยคำว่าสถาน อันได้แก่คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เคอร์กิสถาน ทาจิกิสถาน และเตอร์กเมนิสถาน  คำว่าสถานแปลว่าดินแดนหรือสถานที่นั่นเอง 

อุซเบกิสถาน (Uzbekistan) แปลว่าดินแดนของชาวอุซเบก   มีขนาดเล็กกว่าประเทศไทยเล็กน้อย และมีประชากรประมาณ 28 ล้านคน ซึ่งหนาแน่นที่สุดในบรรดาประเทศในภูมิภาคเอเชียกลางทั้งห้า

ประเทศอุซเบกิสถานเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกติดทะเลถึงสองชั้น ซึ่งหมายความว่าประเทศนี้ไม่มีทางออกติดทะเล และประเทศที่ล้อมรอบทุกประเทศก็เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกติดทะเลด้วย ได้แก่ คาซัคสถาน เตอร์กเมนิสถาน เคอร์กิสถาน ทาจิกิสถาน และอัฟกานิสถาน เป็นประเทศที่ลงท้ายด้วยสถานและล้อมรอบด้วยประเทศ “สถาน” ทุกด้าน

(ภาพประกอบจาก wikitravel.org)

 

เมืองหลวงของอุซเบกิสถานคือกรุงทาชเคนต์ (Tashkent)  ปัจจุบันมีสายการบิน Uzbekistan Airways บินตรงระหว่างกรุงเทพฯ กับกรุงทาชเคนต์ สัปดาห์ละ 2-3 เที่ยว ใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมงเท่านั้นเอง สะดวกมากมาย

วันนั้นเรามาถึงกรุงทาชเคนต์ราวบ่ายสาม เรามีเวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงในการชมเมืองก่อนขึ้นรถไฟเที่ยวสองทุ่ม 20 นาที เพื่อไปยังเมืองบูคาราอันเป็นจุดหมายแรกของทริปนี้  เราเหมาแท็กซี่ในราคา 25 USD ต่อ 4 ชั่วโมง เพื่อไปชะโงกชมเมืองหลวงแห่งนี้กันเท่าที่เวลาจะอำนวย



ประเทศอุซเบกิสถานและประเทศอื่นในภูมิภาคนี้รับศาสนาอิสลามมาจากพวกอาหรับในยุคการค้าตามเส้นทางสายไหม  ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม  มีสิ่งก่อสร้างที่สวยงามทางศาสนา เช่นมัสยิด โรงเรียนสอนศาสนา หอคอย อยู่ทั่วไป

 

ทาชเคนต์เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ในอดีต สหภาพโซเวียต ซึ่งใช้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางในการปกครองแถบเอเชียกลางทั้งหมด จึงผสมผสานระหว่างอาคารบ้านเรือนสมัยเก่าแบบอุซเบก กับเขตเมืองใหม่ที่สร้างขึ้นในยุคโซเวียต

 

ใจกลางเมืองเป็นจัตุรัสขนาดใหญ่ มีถนนล้อมรอบเหมือนเป็นวงเวียน ตรงกลางจัตุรัสเป็นรูปปั้นของบุคคลสำคัญในท่าขี่ม้า ท่านนี้คือเอมีร์ ติมูร์ (Amir Timur) อดีตนักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยแผ่ขยายดินแดนไปจนถึงอินเดีย เปอร์เซีย คาบสมุทรอาหรับ รัสเซีย  ท่านเป็นปู่ทวดของพระเจ้าบาบูร์ต้นราชวงศ์โมกุล (หรือมองโกล) ที่ปกครองอินเดียเป็นเวลาหลายร้อยปี

 

ติมูร์เป็นทั้งนักรบผู้ทำลายล้างและเป็นผู้พิทักษ์ งานศิลปะในขณะเดียวกัน  เมื่อรบชนะเมืองใดจะเผาเมืองนั้นจนราบ และนำช่างฝีมือกลับดินแดนเอเชียกลางซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองซามาร์คานด์ (Samarkand) ช่างฝีมือที่เกณฑ์มาสรรค์สร้างอาคารขนาดใหญ่มหึมาที่มีความงดงามวิจิตร พิสดารทั่วทั้งเมืองซึ่งเราจะได้ชมในตอนต่อไป

 

เมื่อประเทศในเอเชียกลางได้รับเอกราช แต่ละประเทศจึงพยายามหาเอกลักษณ์ของชาติตัวเองขึ้นมา มีการฟื้นฟูประเพณีท้องถิ่นดั้งเดิม ภาษา ดนตรี ศิลปะ  ต่างกลับไปค้นหน้าประวัติศาสตร์ของตน แล้วยกย่องเชิดชูบุคคลสำคัญในอดีตขึ้นเป็นวีรบุรุษของชาติเพื่อสร้างความ ภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติตัวเอง  บางประเทศต้องขุดบุคคลในตำนานเมื่อพันกว่าปีก่อนมาเป็นวีรบุรุษของชาติกัน เลยทีเดียว

ในสมัยที่ยังเป็นสหภาพโซเวียต ที่ตั้งของอนุสาวรีย์ของท่านติมูร์เคยเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ของคาร์ล มาร์กซ์ เจ้าลัทธิมาร์ซิสต์ ต้นกำเนิดระบอบคอมมิวนิสต์ จนเมื่อประกาศอิสรภาพจึงยกย่องเชิดชูเอมีร์ ติมูร์ให้เป็นวีรบุรุษของชาติแทน ในขณะที่ประวัติศาสตร์โลกกลับจารึกชื่อของติมูร์ว่าเป็นนักรบผู้กระหายเลือดและสงคราม

 

รอบ ๆ วงเวียนติมูร์มีอาคารสำคัญ ๆ หลายแห่งที่ผสมผสานศิลปะแบบอิสลามเข้ากับความทันสมัยแบบรัสเซีย 

พิพิธภัณฑ์เอมีร์ ติมูร์อยู่มุมหนึ่งรอบวงเวียน อาคารดูสะดุดตาเหมือนมัสยิดมากกว่า มีโดมขนาดใหญ่สีฟ้า อาคารหลังนี้ปรากฏบนธนบัตรราคาหนึ่งของอุซเบกิสถานด้วย  ภายในแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่ของติมูร์ และประธานาธิบดีคนแรกและคนปัจจุบัน นายอิสลาม คาริมอฟ

 

โรงแรมอุซเบกิสถาน (Hotel Uzbekistan) อีกหนึ่งอาคารที่อยู่รอบจัตุรัสเอมีร์ ติมูร์

 

ไม่ไกลนักจากจัตุรัสเอมีร์ตีมูร์ จะเป็นจัตุรัสแห่งอิสรภาพ (Independence Square หรือในภาษาท้องถิ่นว่า Mustakilik maydoni) เป็นจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอดีตสหภาพโซเวียต ในอดีตเป็นลานกว้างไว้ทำกิจกรรมทางสังคมเช่นการสวนสนาม การชุมนุมต่าง ๆ  แต่ในปัจจุบันมีการปลูกต้นไม้จนดูเหมือนเป็นสวนสาธารณะมากกว่า 

ปากทางเข้าทำเป็นเสาโรมัน เหนือประตูทางเข้าทำเป็นรูปนกกระทุง (pelicans) บินเหนือลูกโลก ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี

 

เมื่อเดินตรงเข้ามาเรื่อย ๆ จะเห็นลูกโลกสีทองที่แสดงแผนที่ประเทศอุซเบกิสถาน มีรูปปั้นแม่กำลังอุ้มลูกทารกอย่างมีความสุข เป็นเครื่องแสดงถึงอิสรภาพของชาวอุซเบก  เดิมทีตรงนี้เป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ของเลนิน  แต่หลังประกาศอิสรภาพในปี ค.ศ. 1991 จึงถูกแทนที่ด้วยแท่งลูกโลกที่เห็น

 

มุมหนึ่งของสวนเป็นอนุสรณ์สถานของทหารสี่แสนนายที่ เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่สอง ตรงกลางเป็นรูปปั้นของหญิงแก่กำลังร้องไห้ ด้านหน้าเป็นเปลวเพลิงที่ลุกตลอดเวลา

 

ทางเดินสองข้างทำเป็นชานไม้ด้านในเป็นแผ่นทองบรรจุรายชื่อทหารที่เสียชีวิตจำนวนมากมาย

 

ป้่ายจารึกชื่อทหารที่เสียชีวิต ทำไมมากมายขนาดนี้ นี่แค่คอกเดียวนะ มีแบบนี้อีกเป็นสิบ ๆ

 

ภายในจัตุรัสยังสร้างเป็นอาคารที่ทำการวุฒิสภาที่เพิ่งสร้างใหม่ มีรูปร่างคล้ายกับอาคารวุฒิสภาของอเมริกา แต่สร้างให้ใหญ่โตกว่า

 

แท็กซี่พาเราไปยังจุดหมายต่อไปซึ่งเป็นเขตเมืองเก่า คือที่จัตุรัสคาสต์อิมาม (Khast-Imam Square)  ที่นี่มีหลายอาคารซึ่งเป็นศูนย์กลางศาสนาอิสลามของเมือง มีทั้งมัสยิด โรงเรียนสอนศาสนา  สุสานบุคคลสำคัญในอดีต สำนักงานใหญ่ศาสนาอิสลามแห่งชาติ  มองไปทางไหนจะเห็นโดมสีฟ้าอมเขียวเด่นสะดุดตาเต็มไปหมด

 

อาคารตรงกลางสุดชื่อว่าบารัคข่านมาดราซา (Barak-khan madrasah)  สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ภายในแบ่งเป็นห้อง ๆ มี 35 ห้อง เดิมเคยใช้เป็นห้องเรียนหรือห้องนอนสำหรับนักศึกษาศาสนาอิสลาม

คำว่ามาดราซา (madrasah) คือโรงเรียนหรือวิทยาลัยสอนศาสนาอิสลาม คงคล้าย ๆ กับโรงเรียนปอเนาะทางภาคใต้ของเรา  นักเรียนที่เรียนมักจะกินอยู่หลับนอนในโรงเรียนเหมือนเป็นโรงเรียนประจำ ส่วนใหญ่จะสร้างเป็นอาคารล้อมรอบลานกลางแจ้งตรงกลาง  ภายในแบ่งเป็นห้องเล็ก ๆ เป็นที่พักและห้องเรียนสำหรับนักเรียน

 

ประตูทางเข้าประดับลวดลายพันธุ์พฤกษาและเรขาคณิตอย่างสวยงาม

 

ปัจจุบันห้องเล็ก ๆ ภายในที่เคยเป็นห้องเรียนหรือหอสำหรับนักเรียนกลายเป็นร้านกิฟต์ช็อปไปหมดแล้ว ของเค้าก็น่าซื้อ ราคาไม่แพง

 

ตะเกียงอาลาดินนี่ก็เก๋ดี แต่แบกใส่กระเป๋ากลับมาไม่ไหว

 

ฝั่งตรงข้ามกันเป็นมัสยิดประจำเมือง ภายในมีห้องสมุดอิสลาม เป็นที่เก็บพระคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งเชื่อกันว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก ถูกส่งต่อไปเก็บรักษาไว้ตามแต่ใครมีอำนาจ เคยไปอยู่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จนกระทั่งรัสเซียส่งคืนให้ในปี ค.ศ. 1989 เพื่อแสดงถึงมิตรภาพอันดีต่อกัน

 

บางอาคารก็เป็นสุสานของบุคคลสำคัญในศาสนาอิสลามในอดีต เก่าแก่กว่า 400 ปีก็มี แต่ได้รับการบูรณะให้อยู่ในสภาพดีเหมือนใหม่

 

ชอบโดมสีนี้จริง ๆ เป็นสีน้ำเงินอมเขียว ภาษาอังกฤษเรียกว่าสี turquoise ไม่ทราบว่าภาษาไทยเรียกว่าสีอะไร
ถ้าแดดจัีดจะออกฟ้า ถ้าแดดร่มยามเย็นจะออกเขียวเข้ม

 

จุดหมายต่อไปคือศูนย์กลางเขตเมืองเก่าที่ตลาดชอร์ซู (Chorsu Bazaar) เป็นย่านการค้าเก่าแก่ตั้งแต่สมัยโบราณ  รัสเซียสร้างโดมขนาดใหญ่เพื่อให้เป็นตลาดในร่ม ไม่ต้องตากแดดอันร้อนระอุ ข้างในมีสองชั้น แต่รอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ

 

รอบ ๆ ตลาด ซื้อขายกันแบบแบกะดินเลย

 

ไม่ไกลจากตลาดชอร์ซู เป็นมาดราซาอีกแห่งชื่อว่า คูลเคลดาช (Kukeldash Madrasah) สร้างขึ้นในกลางศตวรรษที่ 16

 

ยุคที่อยู่ภายใต้สหภาพโซเวียต ที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นที่เก็บของและพิพิธภัณฑ์  ปัจจุบันถูกรื้อฟื้นเป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามอีกครั้ง ภายในมี 38 ห้อง ซึ่งรองรับนักเรียนได้ถึง 250 คน เพื่อศึกษาศาสนาอิสลามเป็นเวลาสามปีตามหลักสูตร

 

หันไปอีกด้านหนึ่ง เจออาคารสมัยใหม่ แต่ยังแฝงกลิ่นอายของอิสลามอยู่ นี่คือโรงแรมชอร์ซู ชื่อเดียวกับตลาด เดิมชื่อว่าโรงแรมมอสโคว์

 

เยื้อง ๆ กันอีกด้านเป็นมัสยิดใหญ่ประจำเมือง ทุกวันศุกร์คนมาละหมาดจะแน่นออกมาจนเต็มลาน

 

ด้านหน้ามีคนตั้งโต๊ะขายของ เหมือนขายน้ำหอม แอบกดรูปเร็ว ๆ คนขายโวยวายใหญ่ เลยรีบเดินหนีดีกว่า

 

เขตเมืองเก่าจะเห็นบ้านดินปลูกสร้างตามตรอกแคบ ๆ ชวนหลงทาง แต่ที่นี่เดินไปไหนรู้สึกมีความปลอดภัยสูง ผู้คนเป็นมิตรมาก ๆ เดินผ่านเค้าจะเอามือขวามทาบอกแล้วพูดว่าอัสลามาลัยกุม ซึ่งเป็นคำทักทายของชาวมุสลิมทั้งโลก

 

ถนนแบบรัสเซียในเขตเมืองใหม่หน้าตาแบบนี้ ถนนกว้าง ๆ ปลูกต้นไม้ร่มรื่น

 

ร้านอาหารในทาชเคนต์ อลังการมาก แต่ราคาไม่แพงเลย กินดีขนาดนี้ จ่ายไปแค่ 4 USD หรือประมาณ 120 บาท นับว่าค่าครองชีพถูกมากทีเดียว

 

ได้เวลาขึ้นรถไฟเพื่อไปยังจุดหมายของเราที่เมืองบูคารา เป็นตู้นอน ตู้หนึ่งนอนได้สองคน เค้าพับเบาะนั่งลงมาเป็นเตียง มีผ้าปูเตียงสวยงาม ใต้ที่นั่ง (หรือที่นอน) เป็นที่เก็บสัมภาระ ภายในมีแอร์เย็นสบาย รถไฟออกจากทาชเคนต์ประมาณสองทุ่มกว่า ไปถึงเมืองบูคาราเจ็ดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น นับเป็นประสบการณ์นอนบนรถไฟที่แปลกใหม่จริง ๆ

 

คืนนี้ขอลาไปด้วยภาพเด็กน้อยชาวอุซเบก ดูแล้วช่วยวิจารณ์ว่าหน้าตาแบบนี้ออกไปทางแขก จีน หรือฝรั่ง กันแน่  แล้วพบกันใหม่ตอนหน้ากับเมืองบูคารา พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ยังมีชีวิตครับ 

อาคารตรงกลางสุดชื่อว่าบารัคข่านมาดราซา (Barak-khan madrasah)  สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ภายในแบ่งเป็นห้อง ๆ มี 35 ห้อง เดิมเคยใช้เป็นห้องเรียนหรือห้องนอนสำหรับนักศึกษาศาสนาอิสลาม

คำ ว่ามาดราซา (madrasah) คือโรงเรียนหรือวิทยาลัยสอนศาสนาอิสลาม คงคล้าย ๆ กับโรงเรียนปอเนาะทางภาคใต้ของเรา  นักเรียนที่เรียนมักจะกินอยู่หลับนอนในโรงเรียนเหมือนเป็นโรงเรียนประจำ ส่วนใหญ่จะสร้างเป็นอาคารล้อมรอบลานกลางแจ้งตรงกลาง  ภายในแบ่งเป็นห้องเล็ก ๆ เป็นที่พักและห้องเรียนสำหรับนักเรียน

Comment

Comment:

Tweet

กรี๊ดดดดด...ทั้งเนื้อหาและภาพประกอบที่สวยมั่กๆ เมืองนี้ดูออกเป็นโทนสีฟ้าเน๊อะ

เป็นครั้งแรกค่ะที่ได้อ่านรีวิวอุซเบกิสถานแบบเต็มอิ่ม
ทาชเคนต์เป็นรีวิวเรียกน้ำย่อยก่อนใช่มั้ยคะ เดี๋ยวจะตามมาอ่านตอนต่อไปนะคะ confused smile confused smile confused smile

#5 By แม่นีโอ (124.120.57.191) on 2010-09-18 21:49

คำว่า "สถาน" ก็คงเหมือนประเทศที่ลงท้ายด้วย land ทั้งหลายครับ Thailand, Holland, Poland, Finland, New Zealand แปลว่าดินแดนหรือสถานที่เหมือนกันมั้งครับ

#4 By Cherokee on 2010-09-17 18:06

รูปมัสยิดสวยจังเลยค่ะ น่าไปจัง Hot!

#3 By เจนเนสซ่า on 2010-09-17 17:17

โห ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเอเชียกลางสวยขนาดนี้

พูดถึงสถานแล้วก็สงสัยจัง ทำไมประเทศกลุ่มนี้ถึงลงท้ายด้วยสถานหมดเลย
ไม่ใช่แค่กลุ่มนี้ บางเขตปกครองในรัสเซียที่ไม่มีโอกาสได้แยกออกมาก็ยังลงท้ายด้วยสถานเลยนะ เช่นตาตาร์สถาน

เข้าใจว่าคำนี้คงมีรากเดียวกับคำว่าสถานที่ใช้กันในภาษาไทย ซึ่งเอามาจากภาษาสันสกฤตอีกที

อุซเบกิสถานเป็นประเทศที่อยู่กลาง จะว่าดีก็ดีนะ ดูเด่นดี เป็นศูนย์กลาง แต่ในอีกแง่หนึ่งคือ มันเหมือนโดนขังกลางเลยสิเนี่ย

#2 By φυβλας on 2010-09-17 06:58

Hot!

ไม่รู้ทำไม ชอบคำว่า เอเชียกลาง ค่ะ
ฟังทีไร รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่าง ซุกซ่อน อยากไปตามหา

ภาพมัสยิดสวยทุกภาพเลย ฟ้าใสเป็นใจอีก
บรรยากาศในรถไฟ ก็ดู แข๊ก แขก

รอติดตามต่อ นะคะ

confused smile

#1 By friday on 2010-09-17 00:54