หลายคนชื่นชอบทะเล บางคนชอบเกลียวคลื่นในทะเล บางคนชอบนั่งดูเรือในท้องทะเล ประภาคาร (ภาษาอังกฤษเรียกว่า lighthouse) จึงเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของท้องทะเล หน้าที่ของประภาคารคือช่วยในการเดินเรือ แสงไฟจากยอดประภาคารเป็นเครื่องบอกตำแหน่งแสดงที่หมาย และอำนวยความสะดวกให้เรือเข้าร่องน้ำหรือถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย ประภาคารช่วยส่องแสงนำทางเพื่อบอกทิศทางที่เรือควรไป อีกทั้งยังคอยเตือนเวลาที่เรือวิ่งเข้าหากองหิน ที่ตื้น หรือสิ่งกีดขวางซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ




เมืองไทยไม่ค่อยมีคลื่นลมเท่าไร จึงไม่ค่อยมีประภาคารริมฝั่งเท่าใดนัก ผิดกับหลาย ๆ ประเทศที่อยู่ริมทะเล จะสร้างประภาคารขึ้นด้วยรูปร่างรูปทรงต่าง ๆ ตามสภาพแวดล้อม

 

ประภาคารริมฝั่งที่มีคลื่นลมแรงมักสร้างเป็นรูปทรงกระบอกสูงชะลูดเพื่อลดแรงปะทะจากลม

 

ประภาคารบางแห่งจะทาด้วยสีสันสดใสเพื่อช่วยในการมองเห็นในเวลากลางวัน

 

บางแห่งตั้งอยู่ในน้ำเพื่อเตือนภัยถึงเกาะแก่งหินโสโครก

 

บางแห่งที่หมอกลงจัด ต้องสร้างในที่ไม่สูงมากนัก เช่นใต้หน้าผาลงมาเพื่อกันปัญหาเรื่องหมอกบังแสงไฟจากประภาคาร

                                (Point Reyes Lighthouse, California)

 

บางแห่งตั้งอยู่บนเลนหรือดินทรายหรือที่ไม่เรียบ จึงต้องทำขาตั้งเหล็กแล้วยึดสกรูกับพื้นด้านล่าง เรียกว่า screw-pile lighthouse

 

ความสูงของประภาคารจะถูกกำหนดโดยระยะทางถึงขอบฟ้าหรือระยะที่ไกลสุดที่ต้องการให้เรือเห็นได้ โดยใช้หลักการทางตรีโกณมิติ

 

ปัจจุบันนี้เหลือประภาคารที่ยังใช้งานจริงน้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูงในการดำเนินการ บวกกับการใช้เครื่องมือสื่อสารยุคใหม่อย่าง GPS ทำให้บทบาทของประภาคารน้อยลงไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งอดีตไป

 

บางแห่งกลายเป็นเพียงจุดท่องเที่ยว อย่างประภาคารสีแดงเด่นเป็นสง่าหลังนี้ได้ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นที่พักแบบ Bed and breakfast สำหรับนักเดินทาง

 

แต่นั่นมิได้ทำให้สุนทรียะของประภาคารลดน้อยลงไปเลย ภาพประภาคารยืนโดดเดี่ยวริมหาดหรือหน้าผาสูงตัดกับขอบฟ้า โดยมีพื้นน้ำและเกลียวคลื่นอยู่เบื้องล่าง ยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดช่างภาพไม่ว่าที่ใดก็ตาม นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งของโปสการ์ดรูปประภาคารตามที่ต่าง ๆ ให้ชวนสะสมกัน

 

ประภาคารกระตุ้นความคิดจินตนาการของผู้ที่พบเห็น ประภาคารคือดวงประทีปแห่งท้องทะเลที่ส่องแสงไปสู่ที่มืด เฉกเช่นการให้แสงสว่างทางปัญญาเพื่อขจัดความโง่เขลา ความหวาดกลัว

 

ประภาคารนำพาชีวิตของชาวเรือเข้าสู่ฝั่งอย่างปลอดภัย กลับสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นของครอบครัว

 

ยามค่ำคืนแสงริบหรี่จากประภาคารยังคอยอยู่เป็นเพื่อนชาวประมงที่ออกหาปลาในยามค่ำคืน

 

ประภาคารเป็นอาคารเดียวที่ยืนหยัดท้าทายพลังแห่งธรรมชาติ

 

ภาพประภาคารที่ยืนโดดเดี่ยวยามเย็นจวนสิ้นแสงตะวันชวนให้เกิดความรู้สึกโรแมนติกและเหงาเศร้าได้ในขณะเดียวกัน

 

หากประภาคารพูดได้ มันคงบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเห็นจากท้องทะเล เรื่องราวของชาวประมงที่ทิ้งครอบครัวไว้เบื้องหลังเพื่อออกหาปลา เรื่องราวของทหารเรือผู้กล้าหาญ หรือจะเป็นผู้อพยพลี้ภัยที่หนีมาทางเรือด้วยความหวาดกลัว แม้กระทั่งชีวิตของผู้ดูแลประภาคารที่กินนอนอยู่ใต้ประภาคาร มันคงเป็นพยานปากเอกกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในท้องทะเลได้เป็นอย่างดี




สำหรับประเทศไทย มีประภาคารหลายแห่งทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ที่คุ้นหูที่สุดคงเป็นประภาคารกาญจนาภิเษก (Golden Jubilee Lighthouse) แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ ๕๐ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ มีความสูง ๕๐ ฟุต เป็นเสาแปดเหลี่ยม ตั้งอยู่บนอาคารชั้นล่างที่จัดเป็นห้องนิทรรศการ

 

หลายประเทศยังออกแสตมป์รูปประภาคารไว้ใช้งานอีกด้วย

 

โปสการ์ดประภาคารเป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่มีผู้เ็ก็บสะสม แล้วคุณหล่ะครับเลือกสะสมโปสการ์ดในหัวข้ออะไรกันบ้าง เล่าให้ผมฟังบ้างสิ

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

#169 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-28 07:24

มันเกี่ยวยังไงกับตรีโกนมิติคับ

#168 By (49.230.134.113|49.230.134.113) on 2014-09-30 12:19

ขอบคุณมากสำหรับความรู้ดี

#166 By ประภาคาร (103.7.57.18|180.183.148.113) on 2012-11-27 12:52

อยากดู model นะครับ ถ้าแปะไว้ที่ไหนอย่าลืมมาตามไปชมด้วยนะครับ สวัสดีปีใหม่ไทยครับ

#165 By Cherokee on 2011-04-16 23:34

อยู่ว่างทำเลย Model ของประภาคารเล่นอยู่ 2-3 หลัง กำลังหาทางเอารูปถ่ายมาลงให้ดูกัน ไม่ได้มาขายนะครับ สำหรับคนที่ชอบอะไรเหมือนๆกัน

#164 By ship ladder (124.120.107.242) on 2011-04-14 09:23

ชอบ lighthouse มากเหมือนกัน

#163 By ship ladder (124.120.232.177) on 2011-01-17 14:22


ไม่มีหัวข้อในการสะสมโปสการ์ดค่ะ
แต่ถ้ามีทางเลือก จะสะสมแบบภาพวาด มากกว่าภาพถ่าย

หลงใหล ประภาคาร ค่ะ
อาจจะด้วยเสน่ห์ ตามที่คุณเชโรกี บรรยายมา ทั้งหมด

มีความฝันนานแล้ว ว่า อยากเป็นคนเปิดไฟในประภาคาร
(รวมถึงไฟถนน ด้วย)

confused smile

#162 By friday on 2010-09-17 00:59

สวัสดีครับ อ๊อฟ หายไปนานเลยนะครับ คิดถึงเช่นกันนะครับ

#92 By Cherokee on 2010-09-05 22:59

แวะมาดูประภาคารหลาย ๆ ที่
และก็มาท่องโลกกะพี่เชอร์ค่ะ
สบายดีมั๊ยค่ะ...

โอ๊ย...ห่างหายไปนานมาก ๆๆๆๆๆๆ
แต่ยังคิดถึงเรื่องราวของโปสการ์ดอยู่เหมือนเดิมน๊ะคะ

big smile big smile big smile big smile
ขอบคุณครับ เพิ่งกลับมาจากออกทะเลเมื่อวานนี้ ก็ได้ข่าวว่าได้ งงมากว่าได้ได้อย่างไร แต่วันนี้ก็จะไปที่งานครับ จะได้ฟังคำตัดสินเต็ม ๆ แต่ก็กลัว ๆ อยู่เหมือนกัน เรื่องดราม่าครับ

#8 By เจ้าชายน้อย on 2010-08-26 08:38

โปสการ์ฺดชุดนี้ ชอบมากค่ะ..
ไทยเราน่าจะประภาคารสวยๆมั่งเนอะ big smile

#7 By PunPrai on 2010-08-01 23:52

ที่ของไทยไม่ค่อยทำโปสการ์ดออกมา คงเป็นเพราะของไทยไม่ค่อยมีประภาคาร ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับประภาคารในฐานะแหล่งท่องเที่ยว ใบข้างบนต้องฝากน้องที่ไปเที่ยวให้เค้าหาให้ เค้าก็บ่นใหญ่ว่าไม่สวย ๆ ผมบอกไม่สวยก็เอา จะได้มีโปสการ์ดประภาคารของไทยเก็บไว้ซักใบ

#6 By Cherokee on 2010-08-01 22:15

ชอบชื่อเอนทรีนี้นะคะ "ดวงประทีปแห่งท้องทะเล"
ให้แสงสว่างแก่ผู้อื่น แต่ตัวเองกลับเหงาเศร้าสร้อยเน๊อะ

แม่นีโอมีโปสการ์ดประภาคารอยู่หลายใบแต่ไม่มีของไทยเลย หายากจริงๆ เคยไปชมสองแห่งที่โอเรกอนเค้าทำเป็นพิพิธภัณฑ์ บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่สร้างประภาคาร มีผู้สูงอายุเป็นอาสาสมัครนำชม ทำได้น่าสนใจทีเดียวค่ะ

#5 By แม่นีโอ (124.122.106.72) on 2010-08-01 21:02

ใช่ครับ ประภาคารกระตุ้นอารมณ์เหงาได้ดีแท้ ยืนอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางความมืดแห่งท้องทะเล

#4 By Cherokee on 2010-08-01 16:10

ประภาคารสวยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ

แต่ส่วนตัวแล้ว เราว่าประภาคารมันให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวยังไงบอกไม่ถูกค่ะ

#3 By นกจร on 2010-08-01 15:43

ขอบคุณครับที่เข้ามาเม้นต์ทันทีเลย ผมรอข้อมูลเชิงลึกของคุณชายเกี่ยวกับประภาคารอยู่นะครับ น่าจะเขียนได้ลึกซึ้งกว่าผม เอาไว้จะรออ่านครับ

#2 By Cherokee on 2010-08-01 00:22

ภาพแต่ละภาพสวยงามมากเลยครับ อยากได้เป็นโปสการ์ดส่งถึงบ้านทุกใบเลย

ที่เมืองไทยอาจจะไม่ค่อยมีประภาคาร แต่ถ้าเป็นกระโจมไฟ+ประภาคาร นี่ก็เป็นหลักร้อยเหมือนกันนะครับ

ประภาคารจะเป็นอาคาร และมีขนาดใหญ่ ให้แสงสว่างแก่เรือในทะเลได้ไกลหลายสิบไมล์ แต่กระโจมไฟจะมีขนาดเล็กกว่าหลายเท่า บางทีก็มีแค่ตัวกระโจมไฟแล้วไปฝากวางไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ

ของไทยเรา จะมีกองเรืออุทกศาสตร์ที่คอยเปลี่ยนเชื้อเพลิง หรือพลังงานให้กับกระโจมไฟเหล่านี้ โดยจะตระเวณออกทะเลทีละนาน ๆ บางเที่ยวไปถึง 6-8 เดือน ไล่เปลี่ยนและซ่อมกระโจมไฟ และประภาคารไปตั้งแต่ภาคตะวันออกไปจนถึงทะเลอันดามัน เป็นชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสัมผัสมาก ๆ ครับ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By เจ้าชายน้อย on 2010-08-01 00:11