โปสการ์ดถึงบ้าน

posted on 27 Jun 2010 18:08 by cherokee in Postcards

วันนี้อยากรำลึกความหลังถึงจุดเริ่มต้นของการเขียนและสะสมโปสการ์ด  สมัยก่อนผมไม่ใช่คนชอบเขียนโปสการ์ดเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด เพราะไม่รู้จะส่งไปหาใคร  ไปเที่ยว  3-4 วันยังไม่ทันมีเวลาคิดถึงใครเลย   บางทีกลับมาถึงบ้านก่อนโปสการ์ดเดินทางมาถึงเสียอีก  แล้วการที่อยู่กรุงเทพฯ จะหาโปสการ์ดของจังหวัดไหนก็ได้  แค่แวะไปร้านหน้าปากซอยก็มีแล้ว 

ความรู้สึกทั้งหลายเหล่านี้เปลี่ยนไปเมื่อผมต้องจากบ้านไปใช้ชีวิตต่างแดน เป็นเวลานานหลายปี

 

ผมมีโอกาสไปเรียนที่ต่างประเทศในช่วงหนึ่งของชีวิตในยุคที่เมืองไทยยังไม่รู้จักอินเตอร์เน็ต ไม่มีอีเมล์ ไม่มี msn, facebook, tweeter, Blackberry  การติดต่อสื่อสารกับทางเมืองไทยจึงมีเพียงโทรศัพท์และจดหมายเท่านั้น  ผมไม่เคยจากบ้านไปไหนเกินสองอาทิตย์   ฉะนั้นการที่ต้องไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเป็นเวลานาน ๆ  ทำให้ผมรู้ซึ้งถึงคำว่าคิดถึง และเข้าใจในความรักความห่วงใยของพ่อและแม่อย่างที่ไม่เคยเข้าใจมาก่อน   ผมยังจำความรู้สึกของวันที่ผมโทรศัพท์กลับบ้านครั้งแรกได้เป็นอย่างดี   เมื่อแม่ได้ยินเสียงผมที่ปลายอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์  แม่ร้องตะโกนบอกทุกคนในบ้านด้วยน้ำเสียงที่แสดงความตื่นเต้นอย่างที่สุดว่า เร็ว ๆ ลูกโทรมาแล้ว ๆ  และเมื่อไต่ถามสารทุกข์สุขดิบกันกว่าสิบนาทีก็ถึงเวลาต้องวางหู  ผมต้องน้ำตาซึมแทบทุกครั้ง ด้วยความคิดถึงบ้านหลังจากวางสายโทรศัพท์แล้ว

 

การเขียนโปสการ์ดกลับบ้านเป็นเครื่องผ่อนคลายความเครียดจากการเรียนด้วยภาษาที่ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง และบรรเทาความคิดถึงบ้านได้เป็นอย่างดี   ผมเลือกที่จะเขียนโปสการ์ดมากกว่าจดหมาย เพราะผมจะบรรจงเลือกรูปภาพโปสการ์ดของสถานที่เรียน เมืองที่อยู่ กิจกรรมที่ทำ สถานที่ที่ไปเที่ยว  แล้วเขียนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทุกคนที่รออยู่ทางบ้านได้รับรู้และนึกภาพตาม

 

เมื่อเวลาผ่านไป ผมลืมเลือนไปกับโปสการ์ดและความรู้สึกเหล่านี้  จนวันหนึ่งหลังจากเรียนจบกลับมานานหลายปี  พ่อได้เอาโปสการ์ดที่ผมเคยส่งกลับบ้านมาให้ดู ซึ่งเก็บไว้อย่างดีทุกใบในซองพลาสติกในลิ้นชักที่ไว้เก็บเอกสารสำคัญ  เมื่อได้นำกลับมาอ่านอีกครั้งก็อดหวนคิดถึงเรื่องราวในครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี  ทุกอย่างยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ  รอวันที่จะถูกรื้อฟื้นทบทวนใหม่อีกครั้ง  เมื่อได้หยิบโปสการ์ดเหล่านี้มาอ่าน ผมต้องอมยิ้มกว้าง ๆ ให้กับความเป็นไปในช่วงหนึ่งของชีวิตซึ่งไม่อาจหวนคืนมาได้อีกแล้ว   ความทรงจำเหล่านั้นถูกบันทึกไว้ในโปสการ์ดแต่ละใบที่ส่งกลับบ้าน

 

24 กันยายน

ถึงทุกคนทางบ้าน ผมส่งโปสการ์ดใบนี้มาให้ดูตึกที่เรียน คือตึกขวาสุดในรูป  ด้านหลังเป็นทะเลสาบ  ที่นี่มหาลัยสวยมาก  มีกระรอกวิ่งไปมาเต็มไปหมดโดยไม่กลัวคน  เมื่อวานเพิ่งเข้าฤดูใบไม้ร่วง  ที่นี่เวลาเปลี่ยนฤดู อุณหภูมิจะเย็นลงทันที  ตอนนี้ประมาณ 6-12 องศา  ต้องใส่เสื้อหนาวไปเรียน 2-3 ตัว  พอเข้าตึกก็ค่อยถอดออกทีละชั้น  เมื่อเช้าอากาศเย็นจนไม่อยากลุกเลย  เสาร์ที่แล้วหัดทำกับข้าวเอง ก็เริ่มง่าย ๆ ก่อน มื้อแรกข้าวผัด ต่อมาก็ทอดไข่ดาว วันอาทิตย์ทอดไข่เจียวใส่หมูแฮม เอาไว้ค่อย ๆ หัดทำไป เนื้อที่หมดแล้ว เอาไว้จะโทรกลับไปคุยนะครับ  

รักและคิดถึงทุกคน



31 ตุลาคม

เมื่อวานนี้หิมะตกทั้งวันเลย ใบไม้เปลี่ยนสีก็กำลังร่วงหมดแล้ว  ช่วงนี้ถ่ายรูปสวยมาก แล้วจะอัดส่งกลับไปให้ดูนะ ช่วงธันวาคม สอบเสร็จคิดว่าจะไปเที่ยวฟลอริด้า ไปกับเพื่อนห้าคน ขับรถไปกันเอง ชีวิตตอนนี้ก็ไม่มีอะไร  วัน ๆ ก็เรียน  เรียนเสร็จก็กลับบ้านทำการบ้าน น่าเบื่อเหมือนกัน  เบื่อ ๆ ก็ไปดูหนังกับเพื่อนเกือบทุกอาทิตย์เลย  อาหารการกินก็ดี  ตอนนี้เริ่มทำอะไรเป็นหลายอย่างแล้ว  เมื่อวานทำแกงไก่ อาทิตย์ที่แล้วทำน้ำยากินกับมักกะโรนีก็อร่อยดี ใช้ปลาทูน่าแทน  เทอมนี้วันธรรมดากินกับทางมหาลัยอยู่  แต่เทอมหน้าว่าจะทำกินเองทุกมื้อแล้ว  เอาไว้คราวหน้าจะส่งรูปให้ดูนะ

รักและคิดถึง



29 ธันวาคม

ตอนนี้ผมอยู่ที่นาซ่า รัฐฟลอริด้า กำลังจะกลับแล้ว   เที่ยวตั้งอาทิตย์หนึ่ง เหนื่อยจริง ๆ เหนื่อยกว่าเรียนอีก   ที่นี่เขามีตราประทับของ Kennedy Space Center ด้วย  เลยซื้อโปสการ์ดส่งจากที่นี่จะได้ตราประทับด้วย  เอาไว้กลับไปแล้วจะโทรกลับบ้านนะ  ไม่รู้อะไรจะถึงก่อนระหว่างโทรศัพท์หรือโปสการ์ด

 

3 กุมภาพันธ์

เมื่อวานนี้เป็นวันที่หนาวที่สุดตั้งแต่มาเลย อุณหภูมิประมาณ -20 ถึง -15 องศา  ถึงบอกไงว่า 0 องศานี่กำลังสบาย วันนี้อากาศอุ่นขึ้นหน่อย แต่เพื่อนบางคนยังบ่นว่าหนาวอยู่  ได้เสื้อผ้าที่ส่งมาทางไปรษณีย์แล้ว  แต่มันอุ่นไม่พอสำหรับฤดูหนาวที่นี่  เอาไว้ใส่หน้าฤดูใบไม้ร่วงกับฤดูใบไม้ผลิกำลังดี  แต่ก็สวยดีเผื่อเอาไว้ใส่ไปเล่นสกีได้  ตอนนี้สะพานที่ต้องเดินข้ามไปเรียนทุกวันก็คล้าย ๆ อย่างในรูปนี้แหละ แต่ไม่ต้องห่วงนะ อุปกรณ์กันหนาวเพียบ พอเข้าตึกทีต้องถอดกันขนานใหญ่เพราะข้างในมีฮีตเตอร์ทำความร้อน  ตอนนี้เปิดเทอมสองแล้ว เรียนก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ เอาไว้มีเวลาจะเขียนมาใหม่นะ

 

31 สิงหาคม

ผมย้ายเข้าบ้านใหม่ได้สองอาทิตย์แล้ว  บ้านใหม่น่าอยู่มาก ถึงเก่าแต่ก็ดูดี  มองนอกหน้าต่างเห็นพระอาทิตย์ตกด้วยเวลาล้างจานตอนเย็น  เพื่อนที่อยู่ด้วยกันก็ดี เป็นฝรั่งสองคน ตอนนี้เลยพูดภาษาอังกฤษคล่องขึ้นเยอะกว่าเก่า  นี่ก็เปิดเรียนได้หลายวันแล้ว  ไม่รู้เทอมนี้จะเป็นยังไงบ้าง  แต่คิดว่าคงไม่หนักเท่าปีที่แล้ว  อากาศตอนนี้ค่อนข้างร้อน บางวันเกือบเท่าเมืองไทยเลย  อีกซัก 2-3 อาทิตย์คงเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว คงจะเย็นลงอีก  หวังว่าทุกคนสบายดีนะ  หลาน ๆ เป็นยังไงบ้าง ซนไหม



6 ธันวาคม

ช่วงนี้ผมสอบอยู่  กว่าโปสการ์ดฉบับนี้จะถึงบ้านก็คงสอบเสร็จแล้ว  สองอาทิตย์ก่อนไปเที่ยวที่นิวยอร์ก อยู่ไม่ไกลจากเมืองที่อยู่  แต่อากาศไม่ค่อยดี ฝนตกตลอด  รูปที่เห็นเป็นตึก World Trade Center  เป็นตึกแฝดที่สูงที่สุดในนิวยอร์ก  แต่ไม่ได้ขึ้นไปขึ้นตึก Empire State แทน  แล้วก็ไปหาอาหารจีนกินที่แถว Chinatown  คนจีนที่นี่พูดภาษากวางตุ้งเป็นส่วนใหญ่  เสร็จแล้วไปเดินพิพิธภัณฑ์  หิวน้ำเลยแวะซื้อน้ำ พอดีคนเก็บเงินเป็นคนไทย  เขาเลยให้กินฟรี  สอบเสร็จปีใหม่นี้จะไปเที่ยวทางแคลิฟอร์เนียนะ ไปกับเพื่อน ๆ สมัยเรียนที่เมืองไทย  นัดไปเจอกันที่นั่น  แล้วจะเขียนมาเล่าให้ฟังนะ

 

21 มกราคม

สวัสดีปีใหม่ครับ  ตอนนี้ผมกลับมาจากเที่ยวทางแคลิฟอร์เนียแล้ว  ไปซานฟรานซิสโก แล้วไปลาสเวกัส แกรนด์แคนย่อน  พอกลับมาถึงนี่ตกใจแทบช็อค ไม่อยู่บ้านสองอาทิตย์ หิมะท่วมซักเมตรนึงได้  อากาศทางแคลิฟอร์เนียสบายมาก อุ่นดีไม่มีหิมะเลย  มาถึงนี่หนาวก็หนาว หิมะก็ท่วม  อาทิตย์นี้อุณหภูมิอยู่แถว -20 ถึง -28 องศา  นี่ขนาดตอนเที่ยง ๆ นะ  ปีนี้หนาวกว่าปีที่แล้วมาก ฝรั่งยังบ่นเลย  หน้าเย็นไปหมด  แต่ส่วนอื่นไม่เท่าไหร่เพราะปิดได้  วันจันทร์นี้ก็จะเปิดเรียนแล้ว ยังขี้เกียจอยู่เลย เทอมนี้ก็สงสัยจะเรียนหนักอีก ไม่รู้เมื่อไหร่จะสบายซักที

 

3 กุมภาพันธ์

เมื่อวานนี้เป็นวันเกิด ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก ตอนเที่ยงไปกินข้าวกับเพื่อนคนไทย  ตอนเย็นกินข้าวกับเพื่อนฝรั่ง วันนี้ไปเล่นสกีมาเป็นครั้งแรกในชีวิต  ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงสามทุ่ม  เหนื่อยมาก แต่ก็สนุกดี  ยังไม่ค่อยเป็นเลย ล้มไป 2-3 ที แต่ไม่เป็นอะไร  ไปกับเพื่อนฝรั่งสี่คน  วันนี้เล่นเนินต่ำ ๆ ก่อน  ถ่ายรูปไว้ด้วย แล้วจะส่งกลับไปให้ดูนะ   ช่วงนี้อากาศยังหนาวอยู่  แต่เดือนที่แล้วหนาวกว่า  นี่เกือบเที่ยงคืนแล้ว เพลียมากเล่นสกีหมดแรง เดี๋ยวคงนอนแล้ว  หวังว่าทุกคนทางโน้นคงสบายดีนะ

 

โปสการ์ดใบเดียว  แต่สื่อถึงความรัก ความคิดถึง ความเอื้ออาทร  ของคนที่อยู่กายห่างไกล แต่ใจใกล้   เมื่อนำกลับมาอ่านครั้งใด ก็สุขใจทุกครั้ง   เพื่อน ๆ มีความหลังหรือความทรงจำดี ๆ กับโปสการ์ดบ้างไหมครับ


Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณที่แวะมานะครับ แล้วแวะมาบ่อย ๆ อีกนะครับ

#17 By Cherokee on 2011-07-04 17:46

I'm aloso the postcard lover.It's like my best friend as my camera.I write from everywhere I go.Always smile either when I writing or when I reading them...
Really nice to visiting yr web block ka.big smile

#16 By ratto (125.26.54.174) on 2011-07-01 00:24

Like it a lot !! I also sent some to mom during my first few months here. But... after a while.... no more.. only Skype and calling her ar ka...

I think I should go back to write postcard to mom again ka ^^

#15 By BaLLetMint (209.150.227.2) on 2010-07-26 00:22

อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกค่ะ big smile ไม่เคยส่งโปสการ์ดจากต่างประเทศเลย เพราะเดี๋ยวนี้ติดต่อสื่อสารกันง่ายขึ้น แต่ก็ยังซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกค่ะ big smile โดยส่วนตัวแล้วจะชอบจดหมายมากกว่าเพราะเขียนได้ยาวดี question
เห็นแล้วประทับใจจริงๆค่ะbig smile

#7 By Peterpan on 2010-06-28 16:06

โดนใจอย่างแรงค่ะ ^_^
ใครจะไปเชื่ออนุภาพแห่งกระดาษใบน้อย ที่แม้เทคโนโลยีอย่าง skype, email, facebook หรือจะมาสู้ได้ แม่นีโอว่านี่หล่ะความคลาสสิคของตัวนำสารน้อยๆนามว่า "โปสการ์ด" ที่ช่วยส่งผ่านความรัก ความคิดถึง ความทรงจำ จากผู้ส่งไปถึงผู้รับ

และใครจะไปเชื่อว่าตัวนำสารน้อยๆจะทำให้ทั้งผู้ส่งและผู้รับสุขใจได้ เวลาเราส่งหาใครก็มักจะลุ้นว่า ผู้รับจะได้หรือยังน๊อ จะชอบโปสการ์ดของเราหรือเปล่า เวลาเราเป็นผู้รับก็ตั้งหน้าตั้งตารอร๊อรอโปสการ์ด แม้จะรอนานไปหน่อยก็ตาม...ใครจะเข้าใจอารมณ์นี้บ้าง อิอิ

อ่านโปสการ์ดถึงบ้านของคุณ Cherokee แล้ว ยังอมยิ้มอยู่เลย น่ารักจัง โดยเฉพาะตอนที่คุณพ่อนำโปสการ์ดมาให้ ซึ้งจังค่ะ confused smile

#4 By แม่นีโอ (203.185.131.233) on 2010-06-28 00:13

น่ารักจังค่ะ big smile

#3 By PunPrai on 2010-06-27 23:23

อ่านแล้วซึ้งครับ คนอยู่ไกลบ้านก็อย่างนี้แหละเนอะ (ในสมัยนั้นอ่ะนะครับ) จะติดต่อหากันมันย๊ากยาก

สำหรับผมแล้ว มันเริ่มมาจากการเขียน จม. หาแฟนครับ แล้วก็พัฒนาไปเป็นโปสการ์ด เมื่อเราไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ก็จะหาซื้อโปสการ์ดรูปวิวของสถานที่นั้น ๆ ส่งให้แฟน ให้พ่อแม่พี่ที่บ้าน แล้วก็ให้ตัวเองใบนึง เพื่อบันทึกเรื่องราว ณตอนนั้น นอกจากที่จะเขียนไดอารี่อีกอย่าง ผมว่ามันเก็บความทรงจำของเราไว้ได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ส่วนเรื่องไกลบ้าน ผมเองไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความคิดถึงเท่าไหร่ ผมรู้สึกตื่นเต้น ตระการตากับการแสวงหาอะไรแปลกใหม่อยู่เสมอ เลยทำให้ผมคิดนู่นคิดนี่อยู่ตลอด ยกเว้นเรื่องคิดถึงครับ 555

ที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือที่บ้านเก็บโปสการ์ดใส่ซองไว้อย่างดีเหมือนกันเลยครับ นี่แหละน้า สายสัมพันธ์ของครอบครัว มันอบอุ่น อบอวลไปด้วยอารมณ์แห่งความรัก ความห่วงหาอาทร

ว่าแล้ว ผมก็ยังไม่ได้ส่งโปสการ์ดหาคุณเลย ตอนนี้ไล่ส่งมาได้ 20 กว่าคนแล้วครับ เดี๋ยวจะส่งโปสการ์ดบอลโลกไปให้ จะเอาบอลโลกธรรมดา หรือจะเอาบอลโลกกามิกาเซ่ครับ 5555

ไว้ผมเอาของผมมาเขียนบ้างดีกว่า

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By เจ้าชายน้อย on 2010-06-27 20:39

โปสการ์ดถึงครอบครัวน่ารักจังเลยค่ะ.. big smile

มีความทรงจำดีๆ กับโปสการ์ดเยอะเหมือนกัน คือกับบ้างคน ที่ไม่ค่อยได้คุยด้วย แต่เราก็ห่วงใยนะ แต่ครั้นจะกดโทรศัพท์ไปคุยบ่อยๆ ก็ไม่สนิทขนาดนั้น ก็อาจจะใช้โปสการ์ดเพื่อบอกว่า เรายังคิดถึงเขาอยู่ เช่นคุณป้า หรือเพื่อนเก่าๆ ที่อยู่ห่างกัน กับเจ้านายเก่าก็เขียนถึงค่ะ.. confused smile

#1 By แอ้ on 2010-06-27 19:13