Glacier National Park เมื่อโลกอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง
posted on 30 Sep 2009 21:53 by cherokee in Postcards, Travellingวันนี้อยากจะแนะนำอุทยานทางธรรมชาติแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะอยู่ไกลเดินทางไปลำบาก แต่มีความสวยงามแปลกตาไม่เหมือนที่อื่นใด ชื่อว่าอุทยานแห่งชาติเกลเชียร์ (Glacier National Park) ในรัฐมอนทานา ติดกับชายแดนแคนาดา
ภูมิประเทศแถบนี้เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยคุ้นเคยในบ้านเรานักเนื่องจากเมืองไทยเป็นเขตร้อน ที่แห่งนี้เคยถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งในราว 2 ล้าน ถึง 12,000 ปีก่อนเนื่องจากการเย็นตัวของโลก เราเรียกยุคนั้นว่ายุคน้ำแข็ง (Ice Age) ไม่น่าเชื่อว่ายุคน้ำแข็งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อ 12,000 ปีที่ผ่านมานี่เอง หลังจากน้ำแข็งถอยร่นไป ต้นไม้และสัตว์ป่าเข้ามาแทนที่ มีหลักฐานว่ามนุษย์เริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ณ ที่แห่งนี้เมื่อหลายพันปีมาแล้ว ซึ่งเป็นชาวอินเดียนแดงพื้นเมืองก่อนที่นักสำรวจจากยุโรปจะเข้ามายังดินแดนแห่งนี้เพียง 2-3 ร้อยปีที่ผ่านมานี่เอง

เมื่อหิมะและน้ำแข็งที่กดทับแน่นมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเมื่อมีปริมาณมากระดับหนึ่ง แรงโน้มถ่วงโลกทำให้ค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงสู่ที่ต่ำกว่า กลายเป็นธารน้ำแข็ง (glacier) ที่มีน้ำหนักมหาศาล ธารน้ำแข็งจะลากพาเศษหิน ดิน กรวด ลงมาด้วย และเปลี่ยนภูมิทัศน์เสียใหม่โดยการสกัดพื้นผิวของภูเขาจนเรียบคม บางแห่งเกิดเป็นสัน บางแห่งที่ธารน้ำแข็งมากกว่าหนึ่งสายไหลผ่านคนละเส้นทางของภูเขาก็จะทำให้ช่วงรอยต่อเกิดเป็นสันแหลมเหมือนครีบ

หรือเมื่อธารน้ำแข็งสามสายขึ้นไปไหลผ่านแต่ละด้านของภูเขา จะสกัดจนเป็นรูปปีระมิดยอดแหลมเรียกว่าฮอร์น (horn) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกคือเขา Matterhorn ในเทือกเขาแอลป์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในรูปนี้
ลักษณะภูมิประเทศที่สำคัญอีกอย่างที่เกิดจากธารน้ำแข็งคือหุบเขารูปตัวยู (U-shaped Valley) ปกติก่อนจะ้เป็นหุบเขารูปตัวยู จะเกิดเป็นหุบเขารูปตัววี (V-shaped valley) ซึ่งเกิดจากแม่น้ำหรือลำธารเซาะผ่านร่องเขา เมื่อธารน้ำแ็ข็งไหลผ่านจะสกัดให้หุบเขากว้างขึ้นและลึกขึ้นเิกิดเป็นรูปตัวยู
ภูมิประเทศแถบนี้ไม่ได้ถูกสกัดด้วยธารน้ำแข็งเพียงครั้งเดียว ธารน้ำแข็งก็มี “อายุ” เหมือนคนธรรมดา เกิดขึ้น หายไป แล้วก็เกิดขึ้นใหม่ ทำให้พื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งจึงผ่านการแกะสลักหลายครั้งจนค่อย ๆ เรียบขึ้น ชันขึ้น คมยิ่งขึ้น ปัจจุบันยังพอมีธารน้ำแข็งที่ยัง “มีชีวิต” อยู่บ้าง แต่เทียบไม่ได้กับธารน้ำแข็งปริมาณมหาศาลที่เคยเป็นเจ้าถิ่นครอบคลุมอาณาบริเวณแห่งนี้
บางครั้งธารน้ำแข็งทิ้งร่องรอยเป็นแอ่งลึกก่อนที่น้ำแข็งจะละลายไป เกิดเป็นรูปแอ่งกะทะ เมื่อน้ำฝนหรือหิมะละลายและสะสมในแอ่งจึงเกิดเป็นทะเลสาบบนภูเขา ซึ่งจะพบได้ทั่วไปตามภูเขาสูง

อุทยานแห่งชาติเกลเชียร์ถือเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาร็อกกี้ (Rocky Mountains) ที่ทอดยาวตั้งแต่อลาสก้า ผ่านแคนาดา ลงไปถึงสหรัฐอเมริกาตอนใต้ เปรียบประดุจกระดูกสันหลังของทวีปอเมริกาเหนือ เป็นแนวสันปันน้ำ แม่น้ำทางตะวันออกจะไหลลงสู่แม่น้ำมิสซิสซิปปี และลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกในที่สุด ส่วนแม่น้ำทางตะวันตกจะไหลลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกในที่สุด
ถนนเส้นหลักที่ตัดผ่านอุทยานมีเพียงเส้นเดียวเท่านั้น ชื่อว่า Going-to-the-Sun Road สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1932 นับเป็นความสำเร็จของสถาปนิกและวิศวกรที่ตัดถนนเส้นนี้ข้ามเทือกเขาสูงได้สำเร็จ ถนนเส้นนี้เชื่อม Lake McDonald ทางฝั่งตะวันตก ข้ามแนวสันปันน้ำที่ Logan Pass ไปสิ้นสุดที่ St.Mary Lake ทางฝั่งตะวันออก

St.Mary Lake ทางตะวันออกจากอุทยาน เป็นจุดที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดจุดหนึ่งในอุทยาน เพราะน้ำนิ่งใสแจ๋ว ภาพสะท้อนในน้ำสวยงามราวกับกระจก กลางทะเลสาบมีเกาะเล็ก ๆ ชื่อเกาะห่านป่า (Wild Goose Island)
Hidden Lake เป็นทะเลสาบรูปพระจันทร์เสี้ยว
เป็นทะเลสาบที่เกิดจากธารน้ำแข็ง ล้อมรอบด้วยเขาสูงชัน
เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเท้าจาก Logan Pass ไม่ไกลนักจาก Visitor Center
ถนน Going-to-the-Sun Road สิ้นสุดทางฝั่งตะวันตกที่ Lake McDonald ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยาน มีความยาวถึง 16 กิโลเมตร กว้าง 1.6 กิโลเมตร
สัตว์เจ้าถิ่นของที่นี่คือแพะภูเขา (Mountain Goat)
ถือว่าเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของอุทยานนี้อย่างเป็นทางการ
แพะภูเขามีความสามารถในการปีนป่าย ชอบอยู่ตามที่สูงชันเพื่อให้ปลอดภัยจากผู้ล่าที่ไม่สามารถปีนป่ายได้เก่งเหมือนมัน
ทั้งตัวผู้และตัวเมียมีเขาและหนวด พบได้แถว ๆ Logan Pass
ในระยะประชิดทีเดียว ท่าทางจะเชื่องคน
น้ำตกกว่า 200 แห่งกระจัดกระจายทั่วทั้งอุทยาน
บางแห่งไขว้กับเส้นทางถนน ต้องทำอุโมงค์ให้น้ำตกไหลผ่าน
ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดาถูกแบ่งออกจากกันด้วยเส้นละติจูดที่ 49 องศาเหนือ แต่ธรรมชาติและสัตว์ป่าไม่ได้รับรู้ถึงเส้นสมมติที่มนุษย์กำหนดขึ้นมานี้ ผืนป่ายังคงเป็นผืนเดียวกัน สัตว์ป่าเดินข้ามพรมแดนตามใจชอบโดยไม่กลัวใครขอตรวจวีซ่า ผืนป่าส่วนที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาคืออุทยานเกลเชียร์ ส่วนที่อยู่ในประเทศแคนาดาเรียกว่าอุทยานแห่งชาติทะเลสาบวอเทอร์ตัน (Waterton Lakes National Park) ทั้งสองอุทยานได้รับการกำหนดให้เป็นอุทยานระหว่างชาติร่วมกัน มีชื่อเรียกว่า Waterton-Glacier International Peace Park และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1995

#1 By หมีบ้า on 2009-10-01 09:30