ตอนที่ไปเที่ยวออสเตรีย นึกภาพไว้ว่าทั้งประเทศคงเต็มไปด้วยภูเขาปกคลุมด้วยหิมะสีขาว  กว่าจะได้เห็นอย่างที่นึกภาพไว้ก็ต้องมาถึงเขตซาลซ์คัมเมอร์กุต (Salzkammergut) ซึ่งเป็นเขตที่เต็มไปด้วยภูเขาตั้งตระหง่านอยู่เหนือทะเลสาบมากมาย  แถบนี้มีทะเลสาบถึง 76 แห่ง  แต่แห่งที่โดดเด่นจนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกคือทะเลสาบฮอลล์ชตัดเทอร์ (Hallstatter See) 



Hallstatt เป็นเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลสาบ มีประชากรอาศัยไม่ถึงพันคน  มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงชัน บ้านเรือนในเมืองนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่แคบ ๆ ริมทะเลสาบ Hallstatter See  จึงต้องสร้างลดหลั่นเป็นชั้น ๆ ตามแนวเขาเหมือนกับสวนลอยฟ้า   เมืองนี้สวยจนเป็นแบบในโปสการ์ดและ wallpaper มานักต่อนัก


น้ำใสแจ๋วเบื้องล่างสะท้อนให้เห็นเงาของหมู่บ้านสีหวาน ๆ ในผืนน้ำ

 
บ้านเรือนในเมืองนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่แคบ ๆ ริมทะเลสาบ Hallstatter See จึงต้องสร้างลดหลั่นเป็นชั้น ๆ ตามแนวเขาเหมือนกับสวนลอยฟ้า  เนื่องจากเขาตั้งสูงชันเหนือผืนน้ำจึงไม่มีที่ราบพอจะสร้างถนนรถวิ่งได้  มีแต่ทางเดินแคบ ๆ ผ่านหน้าบ้านที่เรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ขึ้นไปตามไหล่เขา


การเดินทางมาเมืองนี้ส่วนใหญ่เดินทางโดยรถไฟมาถึงสถานี Hallstatt  แต่หมู่บ้านนี้อยู่คนละฝั่งของทะเลสาบ  ต้องนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามทะเลสาบคนละ 2.2 ยูโรต่อเที่ยว เพื่อข้ามไปยังหมู่บ้าน  เรือเฟอร์รี่เขาจะออกให้พอดีกับเวลาที่รถไฟมาถึง  เช่นขาไปพอรถไฟมาถึง อีก 10 นาทีเรือก็ออก  ขากลับก็มาส่งก่อนรถไฟมา 10 นาที  ทุกอย่างค่อนข้างตรงเวลา  ถึงรถไฟเกิดมาช้า เค้าก็รอครับ  ไม่มีใครนั่งติดอยู่ที่สถานีนาน ๆ

 

หมู่บ้านอยู่ฝั่งนี้ สถานีรถไฟอยู่ฝั่งโน้น

 

ดินแดนแถบนี้พบร่องรอยผู้คนที่อาศัยมานานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ราวห้าพันปีก่อนคริสตกาล เพราะที่นี่เป็นแหล่งเกลือขนาดใหญ่  ยุคเหล็กช่วงแรกในทวีปยุโรปในราวปี 800-400 ก่อนคริสตกาลได้ชื่อตามที่นี่ว่า Hallstatt Iron Age  สมัยก่อนใช้เกลือในการถนอมอาหาร ฉะนั้นที่ไหนมีเกลือก็เหมือนมีทองในปัจจุบัน ที่ตรงนี้จึงเกิดเป็นชุมชนขึ้นมา 

 

จุดนี้ถือเ็ป็นศูนย์กลางเมืองเรียกว่า Marktplatz (Market Square) มีร้านอาหาร ร้านค้า และบ้านพักอยู่เรียงรายรอบ ๆ บริเวณ

 

เหนือหมู่บ้านขึ้นไปบนเขาจะมีเหมืองเกลือเก่าแก่  ช่วงที่ไปเหมืองเกลือยังไม่เปิดให้เข้าเพราะหิมะเยอะมาก เค้าบอกว่าเปิดวันที่ 1 พฤษภาคม  ใครจะค่อยเดิน hiking ขึ้นไปก็ได้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  หรือจะขึ้นรถเคเบิ้ลก็ได้

 

วิวของหมู่บ้านจากบนยอดเขา

 

ชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติ หน้าบ้านติดน้ำ หลังบ้านติดเขา ฮวงจุ้ยสุดยอด  มีอู่จอดเรือหน้าบ้านด้วย

 

เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้เดินแค่ครึ่งชั่วโมงก็ทั่วแล้ว  แต่ประเด็นคือจะเดินไปเดินมากี่รอบต่างหาก ค่อย ๆ ซึบซับบรรยากาศในช่วงเวลาต่าง ๆ ของวัีน แวะหามุมถ่ายรูป นั่งจิบกาแฟ เขียนโปสการ์ด หรือจะนอนเตียงผ้าใบดื่มด่ำบรรยากาศสบาย ๆ  



ข้อแนะนำของการมาเที่ยวที่นี่คือควรจะค้างอย่างน้อยหนึ่งคืนเพื่อตื่นมาชมแสงแรกของวันอันงดงามยามเช้า  เมืองทั้งเมืองจะสะท้อนผิวน้ำอันนิ่งสงบ ราวกับมีเมืองฝาแฝดอยู่ในโลกใต้น้ำ  พอตะวันบ่ายคล้อย แสงอาทิตย์จะทำมุมเฉียงทำให้ไม่เห็นภาพสะท้อนในน้ำเหมือนช่วงเช้า 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สวัสดีค่ะ คุณ cherokee
เคยอ่านสัมภาษณ์นักเดินทาง
หลายๆคนยกให้ Hallstatt เป็นหนึ่งในเมืองเล็กโรแมนติก
สวยงามดังว่าจริงๆค่ะ
อิจฉาคุณ cherokee จังที่ได้มาที่นี่confused smile
หวังว่าคงสบายดีนะคะ

#1 By แม่นีโอ (124.120.47.113) on 2009-06-28 10:27

โรแมนติกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#2 By Googigg on 2009-06-28 11:52

สวย

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
คิดว่าคงสวยมากเลยนะคะนี่ (จินตนาการจากคำบรรยายของคุณค่ะ) อยากมีโอกาสไปมั่งจัง คงจะได้ใช้ประสาทสัมผัสส่วนอื่นสัมผัสกับความงดงามแทนการมองbig smile

#4 By blind bookworm on 2009-06-28 17:22

สวยจังค่ะ

#5 By มิตร on 2009-06-28 17:34

ผมเคยเอารูปของที่นี่มาทำ wallpaper ของโน้ตบุคโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหนในโลก พอรู้ว่าคือที่ Hallstatt ก็ฝันว่าซักวันต้องไปเห็นของจริงให้ได้ เป็นเมืองโรแมนติกสวยงามจริง ๆ ครับ

#6 By (58.8.30.199) on 2009-06-28 20:48

สวยจัง ยังกะไม่ใช่ของจริงแน่ะ wink

#7 By myjevil on 2009-06-29 00:39

Hallstatt สวยจริง ๆ ค่ะ
น่ารัก สงบ สวย
ออสเตรียเนี่ย น่าจะมีเมืองน่ารักๆ หลายเมืองเลยนะคะ
ฝ้ายเคยไปแต่เมืองท่องเที่ยวฮิต ๆ เท่านั้นเอง
surprised smile surprised smile

#8 By Fein on 2009-06-30 08:07