เวียนนา ดนตรีและศิลปะจากอดีตสู่ปัจจุบัน ตอนที่ ๒
posted on 17 Jun 2009 22:38 by cherokee in Postcards, Travellingคราวที่แล้วเราไปเที่ยวกรุงเวียนนากันยังไม่จบ วันนี้เรามาชมกันต่อเลยดีกว่าครับ เราเริ่มออกเดินทางแต่เช้าเพื่อไปเที่ยวพระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) กันก่อน ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากใจกลางเขตเมืองเก่าเล็กน้อย การเดินทางสามารถไปด้วยรถใต้ดินสายสีเขียว U-4
พระราชวังเชินบรุนน์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ. 1996 เป็นพระราชวังที่มีต้นแบบมาจากพระราชวังแวร์ซายส์ในฝรั่งเศส ประกอบด้วยตัวปราสาท อุทยาน และสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ตัวปราสาทประกอบด้วยห้องทั้งหมด 1,441 ห้อง แต่เปิดให้คนทั่วไปชมเพียง 40 ห้อง พระนางมาเรีย เทเรซา โปรดให้ปรับเปลี่ยนพระราชวังหลังเดิมให้เป็นพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์แฮบส์บวร์กในศิลปะแบบรอโคโค (Rococo) อย่างหรูหราวิจิตรพิสดาร
มาทราบประวัติขององค์จักรพรรดิพระองค์หนึ่งที่สำคัญของราชวงศ์แฮบส์บวร์กกันหน่อย ในศตวรรษที่ 19 พระเจ้าฟรานซ์โจเซฟ (Franz Josef) ประสูติที่พระราชวังแห่งนี้และทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ประทับอยู่ที่พระราชวังจนสวรรคต ภายในจึงเต็มไปด้วยเรื่องราวของพระองค์และพระมเหสีอลิซาเบธ พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ตั้งแต่พระชนมายุเพียง 18 พรรษา และครองราชย์ยาวนานถึง 68 ปี (ค.ศ. 1848-1916)
พระโอรสของพระองค์คือ อาร์กดยุกฟรานซ์
เฟอร์ดินันต์ และพระชายา ถูกลอบปลงพระชนม์ที่เมืองซาราเจโว (Sarajevo)
จึงทรงประกาศสงครามกับเซอร์เบีย ชาติต่าง ๆ
เข้าร่วมถือหางแต่ละฝ่ายจนลุกลามกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 1
และนั่นคืออวสานของราชวงศ์แฮบส์บวร์กที่ปกครองประเทศมายาวนานกว่า 600 ปี
พระนางอลิซาเบธ พระมเหสีของพระเจ้าฟรานซ์โจเซฟ
ทรงมีชื่อเล่นว่า "ซิซี" (Sisi) พระองค์มีพระสิริโฉมเป็นเลิศ
เป็นผู้นำของความงามในยุคนั้น
พระองค์ไม่เสวยพระกระยาหารเย็นเพื่อรักษารอบเอวไว้ที่ 20 นิ้ว ทรงไม่เสวยเนื้อสัตว์ แต่ใช้วิธีคั้นน้ำจากเนื้อสัตว์เพื่อดื่มแทน ทรงอภิเษกสมรสตั้งแต่พระชนมายุเพียง 16 พรรษา
พระองค์ไม่โปรดชีวิตที่เต็มไปด้วยระเบียบที่เคร่งครัดในวัง
จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการท่องเที่ยวไปทั่วจนชื่อเสียงเรื่องความงามของ
พระองค์ขจรขจายไปทั่ว
หลังปราสาทเป็นอุทยานมีเนื้อที่กว้างขวาง เป็นสวนแบบฝรั่งเศส มีน้ำพุ ซากอาคารโรมันจำลอง รูปปั้นหินแกะสลัก ทางด้านขวาที่เห็นกลม ๆ คือสวนสัตว์เวียนนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ส่วนสำคัญที่สุดของอุทยานคืออาคารด้านหลังสุด ชื่อว่าโกลเรียตต์ (Gloriette) ตั้งอยู่บนยอดเนินที่สามารถมองได้รอบทิศ ตัวอาคารประกอบด้วยซุ้มโค้ง (arches) 11 ซุ้ม รองรับด้วยเสาดอริกแบบกรีก ยอดบนสุดของอาคารสร้างเป็นรูปนกอินทรีเหยียบลูกโลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์แฮบส์บวร์ก
จาก Gloriette มองกลับมาจะเห็นปราสาทเชินบรุนน์และกรุงเวียนนาอยู่เบื้องหน้า
ส่วนที่เป็นสวนสามารถชมได้ฟรี แต่ถ้าต้องการเข้าชมภายในต้องซื้อบัตร ซึ่งมีให้เลือก 2 ราคา อิมพีเรียลทัวร์ราคาถูกกว่าหน่อย แต่ให้ชมได้เพียงแค่ 22 ห้อง ซึ่งแสดงส่วนที่พระเจ้าฟรานซ์โจเซฟและพระมเหสีอลิซาเบธเคยประทับ ส่วนแกรนด์ทัวร์ให้ชมได้ถึง 40 ห้อง โดยเพิ่มส่วนที่พระนางมาเรีย เทเรซาเคยประทับ ผมว่าสำหรับแกรนด์ทัวร์ จ่ายแพงกว่าหน่อยแต่คุ้มค่านะครับ
แต่ถ้าใครไม่อยากเสียเงินเข้าชม ลองเข้าไปเว็ปของที่นี่ ของเค้าดีจริง ๆ พาชมภายในแบบไม่ต้องเสียตังค์ แถมโหลด mp3 ไว้ฟังประกอบได้ด้วย ไปเที่ยวฟรี ๆ อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์
http://www.schoenbrunn.at/en/home.html
ที่ปราสาทแห่งนี้ โมสาร์ทตอน 6 ขวบ
เคยแสดงต่อหน้าพระพักตร์พระนางมาเรีย เทเรซา
เมื่อแสดงเสร็จก็กระโดดไปนั่งตักพระองค์พร้อมหอมแก้มอีก
ตำนานเล่าต่ออีกว่าโมสาร์ท
สะดุดชายกระโปรงของเจ้าหญิงมารี
อังตัวเน็ตต์ซึ่งเป็นพระธิดาของมาเรีย เทเรซา แต่พอดีเจ้าหญิงมารี
อังตัวเน็ตต์ประคองไว้ทันทำให้โมสาร์ทไม่สะดุดล้ม โมสาร์ทจึงขอเจ้าหญิงแต่งงาน
เรื่องจริงเท็จอย่างไรไม่ทราบนะครับ แต่ต่อมาเจ้าหญิงมารี อังตัวเน็ตต์
ได้อภิเษกกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ของฝรั่งเศส เป็นราชินีแห่งฝรั่งเศส
ห้องนี้คือ the Great Gallery เป็นห้องสำหรับจัดงานเลี้ยงรับรอง ตกแต่งแบบรอโคโคอย่างวิจิตรบรรจง
หลังจากชมพระราชวังที่งดงามตามแบบแผนสมัยก่อนแล้ว เราพานั่งรถใต้ดินย้อนกลับเพื่อมาชมตึกในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่กันบ้าง ดูแปลกตาดีทีเดียว มีชื่อว่าอาคาร ฮุนเดอร์ตวาสเซอร์เฮาส์ (Hundertwasserhaus) อาคารแห่งนี้ออกแบบโดยศิลปินร่วมสมัยชื่อ ฟรีเดนส์ไรช์ ฮุนเดอร์ตวาสเซอร์ (Friedensreich Hundertwasser) ซึ่งมีชีวิตอยู่ในปี ค.ศ. 1928-2000 ท่านต้องการผลิตผลงานที่แหวกกฎเกณฑ์ทั้งหลาย ปฏิเสธการใช้เส้นตรง ใช้สีสันสะดุดตา แปะปะด้วยกระเบื้องโมเสก และปลูกให้กลมกลืนกับธรรมชาติ
อาคารชุดนี้เป็นอพาร์ทเมนต์อยู่อาศัย 52 ห้อง และร้านค้า 4 ร้าน ผู้ที่จะไปชมอาคารนี้ให้ขึ้น U-Bahn ลงที่สถานี Rochusgasse แล้วเดินตามป้ายไปเรื่อย ๆ ประมาณ 10 นาทีจะเห็นคนถ่ายรูปกันเยอะ ๆ ก็เชิญไปร่วมแจมได้เลยครับ
ภาพวาดน่าัรัก ๆ ของอาคารชุดนี้
ในกรุงเวียนนายังมีผลงานของฮุนเดอร์ตวาสเซอร์อีกแห่ง แต่ไม่ได้อยู่ใกล้กันกับฮุนเดอร์ตวาสเซอร์เฮาส์ ต้องนั่งรถใต้ดินไปขึ้นที่สถานี Spittelau ซึ่งเป็นชื่อของอาคารแห่งนี้ เป็นโีรงงานผลิตพลังงานจากขยะ มีสีสันสดใส ตัวอาคารประดับด้วยกระเบื้องโมเสก ปล่องไฟมีรูปทรงประหลาดสูงเสียดฟ้า นับเป็นอาคารสมัยใหม่ที่สำคัญอีกแห่งในเวียนนา
พูดถึงเวียนนาแล้ว หลายคนคงนึกถึงดนตรีคลาสสิก ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงศิลปินที่ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเวียนนา ท่านนี้คือวูฟกังก์ อมาเดอุส โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) นักประพันธ์เพลงคลาสสิกชื่อก้องโลก ผลิตผลงานไว้เยอะแยะมากมาย
และทำให้เวียนนาเป็นศูนย์กลางของโลกเพลงคลาสสิก โมสาร์ทเกิดเมื่อวันที่
27 มกราคม ค.ศ. 1756 (พ.ศ. 2199)
เมื่อสามปีก่อนเพิ่งมีงานฉลองวันเกิดโมสาร์ทครบรอบ 250 ปี
เป็นงานใหญ่ระดับโลก โมสาร์ทมีอายุเพียงแค่ 35 ปีก็เสียชีวิต
มีรูปปั้นของโมสาร์ทอยู่ในสวนหลังพระราชวังฮอฟบวร์กด้วย ด้านหน้าประดับด้วยดอกไม้เป็นรูปกุญแจซอล
สวนสาธารณะในกรุงเวียนนาเต็มไปด้วยรูปปั้นของคนที่มีชื่อเสียงที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเวียนนา แต่รูปปั้นที่โ่ดดเด่นที่สุดนอกจากของโมสาร์ทแล้ว ต้องยกให้รูปปั้นคีตกวีอีกท่าน คือ ราชาเพลงวอลซ์ โยฮันน์ ชเตราสส์ จูเนียร์ (Johann
Strauss, Jr.) สีทองเหลืองอร่าม ตั้งอยู่ในซุ้ม
อยู่ที่ Stadtpark ซึ่งเป็นสวนสาธารณะใหญ่ร่มรื่น อยู่ทางตะวันออกของถนนริง ท่านประพันธ์เพลงวอลซ์แบบเวียนนาไว้มากมาย เช่นเพลงบลูดานูบ
พ่อหนุ่มชเตราสส์หนวดงามนี่มีสาว ๆ หลงไหลคลั่งไคล้กันเป็นจำนวนมาก ถึงกับขอให้ชเตราสส์ตัดเส้นผมมั่งหนวดมั่ง ส่งไปให้เป็นที่ระลึกเอาไว้นอนฝันถึง จนชเตราสส์ต้องตัดขนหมาที่เลี้ยงไว้ส่งไปให้แทน
ใครไปเที่ยวเวียนนาลองหาโอกาสไปฟังคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิก ซึ่งมีหลายคณะหลายวง และหลายราคาให้เลือกชมกันตามอัธยาศัย ในรูปนี้คือวงที่มีชื่อเสียงก้องโลก Vienna Philharmonic Orchestra ในโรงดนตรีที่มีระบบอคูสติกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก Vienna Musikverein
ศิลปินมากมายหลายท่านจากต่างถิ่นยึดถือกรุงเวียนนาเป็นบ้านของตนเพื่อผลิตผลงานที่ยืนยาวมาจนทุกวันนี้ นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าเวียนนามีความสงบสุข ประชากรกินดีอยู่ดี เอาใจใส่ในดนตรีและศิลปะ ศิลปินและนักคิดนักเขียนหลายคนใช้ร้านกาแฟเป็นที่พบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกันเพื่อต่อยอดทางความคิด คงจะยากที่อธิบายเป็นคำพูดนอกจากว่า หาโอกาสเยือนเวียนนาเพื่อสัมผัสบรรยากาศด้วยตนเองดีกว่าครับ
ขอจบด้วยโปสการ์ดใบนี้ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า"Vienna: the City of Music"
คราวที่แล้วผมพูดถึงเรื่อง google maps ไปแล้ว ลองใช้เมาส์กดที่ลูกศรและเครื่องหมาย + - เล่นดูนะครับ
View Vienna2 in a larger map

ตอนนี้ก็อยากไปเที่ยวยุโรปเหมือนกัน คิดว่าถ้าปีหน้าเข้ามหาลัยได้ตามต้องการแล้วคงได้มีโอกาสไปดูงานกับแวะเที่ยว
#1 By tenshi on 2009-06-18 00:45