พิชิตดินแดนตะวันตก Monument Valley, Antelope Canyon, Rainbow Bridge
posted on 18 Jan 2009 22:02 by cherokee in Postcards, Travellingช่วงที่ผ่านมาหลายกระทู้ ผมพาเที่ยวบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เพื่อน ๆ อาจจะเบื่อหิน ดิน ทรายกันแล้ว แต่วันนี้ขออีกซักกระทู้แล้วกันเพื่อให้ครบสมบูรณ์ ถือเป็นการเก็บตกสถานที่ที่เหลือด้วย วันนี้ เราเริ่มต้นทริปที่ Monument Valley กันก่อน
บริเวณรอยต่อรัฐยูทาห์และอริโซนา บนถนนหมายเลข 163 อันว่างเปล่าไร้ผู้คนและรถสัญจรไปมาสายนี้ กำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของดินแดนตะวันตก และปรากฏเป็นฉากในโฆษณาและภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายต่อหลายเรื่อง
ณ ที่แห่งนี้จะพบภูเขาหินทรายสีแดงขนาดมหึมา รูปร่างแปลกประหลาดจำนวนมากมายที่ท้าทายแรงโน้มถ่วงกระจัดกระจายทั่วบริเวณ และได้รับการขนานนามว่าหุบผาอนุสาวรีย์ (Monument Valley)
เขาหินแดงเหล่านี้ ด้านข้างสูงชัน 90 องศา ยอดบนตัดเรียบ รูปร่างคล้ายโต๊ะ จึงมีชื่อเรียกว่า mesa หรือ butte
ที่นี่เป็นฉากสำคัญในภาพยนตร์หลายเรื่องที่ต้องการอารมณ์แบบคาวบอยตะวันตกที่ตะลุยเข้าไปยังดินแดนตะวันตกที่ยังไม่พัฒนา ตั้งแต่เรื่อง Stagecoach นำแสดงโดยจอห์น เวย์น จนถึง Thelma and Louise, Forrest Gump, Mission Impossible ภาค 2 และโฆษณาอีกมากมายหลายชิ้น จนไปถึงหนังแนววิทยาศาสตร์อย่าง Back to the Future และอีกหลายเรื่องที่ต้องการอารมณ์เหมือนอยู่บนดาวดวงอื่น
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ยกพื้นที่บริเวณนี้ให้เป็นดินแดนปกครองตนเองของชาวนาวาโฮ (Navajo Indian Reservation) โดยที่รัฐบาลไม่เข้าไปก้าวก่าย หุบผาอนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยและถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินเดียนแดงเผ่านาวาโฮ (Navajo) มาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว ชาวพื้นเมืองถือว่าหินทุกก้อน เขาทุกลูกมีวิญญาณหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทับอยู่ ฉะนั้นนักท่องเที่ยวจึงควรปฏิบัติต่อสถานที่ด้วยความเคารพ
สถานที่ต่อไป อยู่ไม่ห่างนักจากจากหุบเขาอนุสาวรีย์ ในเขตทะเลสาบพาวเวลล์ (Lake Powell) ใกล้เมือง Page จะมีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกสองแห่ง ซึ่งเป็นที่นิยมของนักถ่ายภาพ แห่งแรกชื่อว่า แอนทีโลพแคนยอน (Antelope Canyon) แอนทีโลพเป็นชื่อของสัตว์จำพวกกวางชนิดหนึ่งมีเขาเป็นเกลียว หุบเขาแห่งนี้ตั้งชื่อตามเจ้าสัตว์ชนิดนี้เพราะเป็นช่องแคบ ๆ เป็นเกลียวเหมือนเขาของแอนทีโลพ
หุบเขาแห่งนี้เป็นเนื้อหินทราย เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งน้ำขนาดใหญ่
จึงถูกน้ำท่วมบ่อยครั้ง
และกระแสน้ำได้ทิ้งร่องรอยไว้บนผนังว่าแต่ละครั้งที่มาเยือนมีระดับความสูงเท่าไรเป็นเส้น
ๆ เหมือนเกลียวคลื่น นอกจากน้ำท่วมฉับพลันแล้ว
พายุฝนที่ตกหนักก็เป็นปัจจัยให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันด้วยเช่นกัน
ฉะนั้นการเข้าชมหุบเขาแห่งนี้จึงต้องจ้างมัคคุเทศก์ซึ่งจะทราบสภาพลมฟ้าอากาศเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
(เครดิตรูปจาก
wikipedia)
นักท่องเที่ยวได้แต่ภาวนาว่าในขณะที่มาเยือน ขอให้ฟ้าโปร่งเป็นใจ เพื่อจะได้เห็นลำแสงอาทิตย์ส่องลอดลงมายังช่องแคบ ๆ แห่งนี้ แต่การถ่ายภาพให้ออกมาดีนั้นต้องใช้ความรู้ความสามารถทีเดียว เพราะต้องปรับ exposure ให้ดี
อีกซักที่ละกัน สะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge) สูง 88 เมตร ทอดข้ามน้ำริมทะเลสาบพาวเวลล์ สามารถไปนั่งเรือไปชมได้จากเมือง Page ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
บทสรุป ดินแดนแห่งนี้เป็นสถานที่อยู่อาศัยของชาวอินเดียนแดงพื้นเมืองเป็นเวลาหลายพันหลายหมื่นปีแล้วนับตั้งแต่อพยพมาจากทวีปเอเชียผ่านทางช่องแคบแบร์ริ่งและกระจัดกระจายไปทั่วอเมริกาทั้งสองทวีป ชนพื้นเมืองเหล่านี้มีพัฒนาการทางสังคมที่ค่อนข้างช้าและตัดขาดจากโลกภายนอก เมื่อชาวยุโรปอพยพข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมา จึงมองว่าพวกนี้ล้าหลังและด้อยพัฒนา จนเกิดการแก่งแย่งพื้นที่ทำกินจากพวกชาวพื้นเมือง เผ่าพันธุ์ที่ยังเหลืออยู่คือพวกที่อาศัยอยู่ในเขตแห้งแล้ง ที่ดินทำกินไม่ได้ รัฐบาลได้กำหนดพื้นที่ดังกล่าว (และอีกหลาย ๆ แห่ง) ให้เป็นเขตปกครองตนเอง ผมหวังว่ากระทู้นำเที่ยวดินแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ที่ผ่านมาหลายกระทู้ จะเป็นเครื่องยืนยันถึงความเจริญทางวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองได้ และอย่างน้อยก็เป็นความภูมิใจของพวกเขาที่สั่งสมอารยธรรมมาหลายพันปี ถึงแม้ว่านาฬิกาของพวกเขาจะเดินช้ากว่าที่อื่นก็ตาม
View Monument Valley, Antelope Canyon, Rainbow Bridge in a larger map

#1 By ~Lemon~cicerO~ on 2009-01-18 22:43