Zion National Park เสน่ห์และมนตราแห่งภูผาสีแดง
posted on 08 Nov 2008 22:58 by cherokee in Postcards, Travellingทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกาตรงรอยต่อระหว่างทางใต้ของรัฐยูทาห์และทางเหนือของรัฐอริโซนาเต็มไปด้วยปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่หลากหลาย มีอุทยานแห่งชาติขนาดเล็ก ๆ แต่มีความแตกต่างกันอย่างมากอยู่หลายแห่ง วันนี้เราจะไปชมหุบเขาสีแดงที่งดงามแห่งไซออน (Zion) กันครับ
อุทยานแห่งชาติไซออน (Zion National Park) อยู่ที่เมือง Springdale รัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหุบเขารูปตัววี เกิดจากการกัดเซาะชั้นหินทรายของแม่น้ำเวอร์จิน (Virgin River) เป็นเวลาหลายล้านปีจนเกิดเป็นร่องเขาลึกกว่า 2000 ฟุต (เช่นเดียวกับที่แม่น้ำโคโลราโดสกัดหุบเขาแกรนด์แคนยอน) จากนั้นจึงถูกสกัดโดยลม ฝน และหิมะ ให้เป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
คำว่าไซออน (Zion) เป็นศัพท์ทางคริสต์ศาสนา หมายถึงที่หลบภัย ที่พักพิง หรือดินแดนในอุดมคติ ชื่อนี้ได้ถูกตั้งขึ้นโดยพวกที่นับถือนิกายมอร์มอน (Mormon) ซึ่งเป็นนิกายหนึ่งในศาสนาคริสต์ พวกนี้อพยพมาจากทางฝั่งตะวันออกของประเทศ เพื่อหาสถานที่ที่พวกเขาจะอยู่กันได้อย่างสงบสุขและปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อของพวกตน จนเดินทางมาถึงดินแดนอันแห้งแล้งแห่งรัฐยูทาห์แล้วเลือกตั้งบ้านเรือนที่นี่ และตั้งชื่อสถานที่ต่าง ๆ ที่พบด้วยชื่อที่เกี่ยวข้องกับศาสนา เช่นในภาพนี้เป็นเขาสามยอดเลยตั้งชื่อว่า The Court of the Patriachs –Abraham, Isaac and Jacob (อับราฮัม, อิสอัค, ยาโคบ)
ภูเขาลูกนี้ชื่อว่า บัลลังก์ขาว (The Great White Throne) สูงจากพื้นดิน 2,400 ฟุต ภูเขานี้อยู่ในใบโปสเตอร์ของอุทยานในรูปแรก
เมื่อยามที่หินบนหน้าผากระทบกับแสงอาทิตย์จะเปล่งประกายเป็นสีแดง สีส้ม สีชมพู ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงเวลาของวัน
แม่น้ำเวอร์จิน ซึ่งดูเสมือนเป็นเพียงลำธารสายเล็ก ๆ สายหนึ่งเท่านั้น แต่กลับมีอานุภาพทรงพลังมหาศาล สกัดหินจนเป็นร่องเขาลึกได้ขนาดนี้ โบราณถึงว่าไว้ "น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน" แล้วนี่ผ่านมาเป็นเวลาหลายล้านปีและยังคงดำเนินต่อไป เมื่อเทียบกับอายุขัยของมนุษย์แล้ว เราเป็นเพียงพยานที่พบเห็นเหตุการณ์ในช่วงเวลาเศษเสี้ยวของธรรมชาติเท่านั้นเอง
การเที่ยวชมหุบเขาไซออนจะต่างจากการเที่ยวชมหุบเขาแกรนด์แคนยอน ตรงที่แกรนด์แคนยอนจะชมจากด้านบนของหุบเขา (canyon rim) แล้วมองลงไปเบื้องล่าง ขณะที่การเที่ยวหุบเขาไซออน เราเดินทางเข้าไปยังพื้นของหุบเขา (canyon floor) แล้วมองขึ้นด้านบน ซึ่งให้ความรู้สึกว่าถูกโอบด้วยเขาสูงตระหง่านทั้งสองข้าง การจะชมวิวจากด้านบนหุบเขาต้องปีนเขาขึ้นไป กลับกันกับแกรนด์แคนยอน ที่ต้อง hike ลงข้างล่าง
จุดชมวิวที่สูงที่สุดและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดคือที่ยอด Angels Landing ช่วงแรกต้องเดินขึ้นบันไดซิกแซกแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ถึงช่วงบนต้องมีการปีนป่ายกันบ้าง
กว่าจะถึงก็หอบแฮ่ก Angels Landing อยู่สูงจนได้ชื่อว่าเป็นที่ที่นางฟ้าลงมาจากสวรรค์มาหยุดที่จุดนี้บนโลกมนุษย์
หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการปีนเขากันในช่วงเช้าแล้ว ไปหาที่เย็น ๆ ชุ่มฉ่ำอุรากันดีกว่า เราเดินทางต่อเข้าไปจนสุดหุบเขาไซออน จะพบกับเส้นทางอีกแบบที่หาไม่ได้จากที่อื่น และถือเป็นไฮไลต์สำคัญของที่นี่ด้วย คือการเดินลุยน้ำเข้าไปใน "ช่องแคบ" (The Narrows)
ที่นี่สามารถเดินลุยน้ำเข้าไปในช่องเขาเป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร จะยิ่งได้ความรู้สึกว่าถูกโอบกอดด้วยเขาสูงทั้งสองข้าง ผู้ที่จะเดินเข้าไปต้องเตรียมอุปกรณ์ในการเดินลุยน้ำเช่นรองเท้าแตะแบบรัดส้นเท้าที่ทนน้ำ น้ำที่นี่เย็นมากนอกจากในฤดูร้อน ฉะนั้นต้องวางแผนการเดินทางดี ๆ หากต้องการเดินลุยน้ำในช่องแคบนี้ นอกจากนั้น บางช่วงต้องระวังน้ำป่าหลากมากเป็นพิเศษ
ออกจากหุบเขาไซออนมาทางด้านตะวันออกไปตามถนน Zion-Mt.Carmel Drive จะพบภูเขาที่มีรอยแตกเป็นรูปตารางคล้ายตารางหมากรุก เรียกว่า Checkerboard Mesa รอยแตกในแนวนอนเกิดจากชั้นของหินทรายที่ทับถมกันเป็นชั้น ๆ ส่วนรอยแตกในแนวตั้งเกิดจากกัดเซาะของน้ำฝนและหิมะที่ไหลลงมา ตัดกันกลายเป็นตารางหมากรุกพอดี
ตอนบนของไซออน
จะมีอีกส่วนที่แยกจากพื้นที่ของอุทยานตอนล่าง แต่มีความงามไม่น้อยเช่นกัน
เรียกว่า Kolob Canyons
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาไม่ถึงส่วนนึ้เพราะทางเข้าคนละทาง
อุทยานแห่งชาติไซออนอยู่ไม่ไกลนักจากเมืองลาสเวกัส และสามารถเดินทางไปอุทยานแห่งชาติอื่น ๆ ที่น่าสนใจในบริเวณใกล้ ๆ กัน จึงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งเลยทีเดียว
เอาแผนที่มาให้ดูครับ
คราวต่อไปจะพาไปชมอุทยานแห่งชาติอื่นในบริเวณใกล้ ๆ กันครับ

#1 By Lily Pixel on 2008-11-09 09:23