เที่ยวกรีซ ภาค 1 เอเธนส์-อะโครโปลิส
posted on 05 Jun 2008 00:15 by cherokee in Postcards, Travelling
วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวประเทศอื่นบ้าง เคยพาชมอาณาจักรโรมันแล้วก็ต้องพาไปเที่ยวชมที่มาของอารยธรรมโรมัน นั่นคือประเทศกรีซ ซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมกรีกโบราณเป็นพัน ๆ ปี
ประเทศกรีซ (Greece) มีชื่อเรียกเป็นทางการว่าสาธารณรัฐเฮลเลนิก (Hellenic Republic) อยู่ปลายคาบสมุทรบอลข่าน เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของโลก มีทั้งนักปรัชญาเมธี นักคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโลก การได้ไปเยือนประเทศกรีซจึงเหมือนเป็นการย้อนรอยอดีตที่ยิ่งใหญ่เมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว
จุดเริ่มต้นของการเที่ยวประเทศกรีซก็ต้องเป็นเมืองหลวงคือกรุงเอเธนส์ (Athens) เมื่อไปถึงกรุงเอเธนส์ ทุกคนก็คงอยากเห็นวิหารพาร์เธนอน (Parthenon) อันยิ่งใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาอะโครโปลิส (Acropolis) ใจกลางเมือง
วิหารพาร์เธนอนเป็นวิหารในแบบดอริก มีความยิ่งใหญ่มากเมื่อยืนต่อหน้า ในรูปข้างล่างจะเห็นคนตัวเล็ก ๆ ยืนอยู่หน้าวิหาร เดิมเคยเป็นที่ประทับของรูปปั้นยืนเทพีอะธีนา แต่ตอนนี้ผุพังไปหมดแล้ว วิหารนี้สร้างขึ้นอย่างงดงามโดยคำนึงถึงทัศนียภาพของผู้ชมที่มองจากภายนอกเป็นหลัก จริง ๆ แล้วเดิมวิหารนี้ประดับประดาไปด้วยภาพแกะสลักนูนสูงนูนต่ำทั้งหน้าบันและภายใน ภายหลังที่กรีซถูกปกครองภายใต้จักรวรรดิออตโตมันของพวกเตอร์ก ได้มีทูตชาวอังกฤษใช้อิทธิพลนำภาพแกะสลักทั้งหลายกลับอังกฤษและต่อมาขายต่อให้กับพิพิธภัณฑ์อังกฤษ (British Museum) ในกรุงลอนดอน ใครที่ไปลอนดอนควรหาโอกาสไปดูกรีกคอลเลกชันที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของรายละเอียดของวิหารพาร์เธนอนแห่งนี้
วิหารนี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 500 ปีก่อนคริสตกาล สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เทพีอะธีนา (Athena) ผู้เป็นเทพีผู้ปกป้องนครแห่งนี้ ซึ่งมีชื่อเรียกแบบชาวโรมันว่า มิเนอร์วา (Minerva) ตามตำนานกล่าวว่านครนี้เมื่อสร้างเสร็จมีความงดงามมาก เหล่าทวยเทพทั้งหลายจึงต้องการเป็นผู้ปกป้องคุ้มครองเมืองนี้ สุดท้ายเหลือสององค์คืออะธีนาและโพไซดอน (หรือเนปจูน ถ้าเรียกตามแบบโรมัน) ที่ต้องการแย่งชิงกันเพื่อได้สิทธิ์ในการดูแลนครแห่งนี้ เหล่าทวยเทพจึงให้แต่ละองค์มอบของขวัญว่าใครจะให้สิ่งที่ดีมีประโยชน์ที่สุดแก่ชาวเมือง ทั้งคู่และเหล่าทวยเทพจึงเสด็จไปบนเนินเขาอะโครโปลิส เทพโพไซดอนเอาตรีศูลกระแทกไปที่พื้นก่อน บังเกิดเป็นม้าตัวแรกของโลก เทพโพไซดอนอธิบายให้ทราบถึงประโยชน์ของสัตว์ชนิดนี้ว่าสามารถใช้เป็นพาหนะที่มีความรวดเร็ว เมื่อถึงตาเทพีอะธีนา เธอได้บันดาลให้เกิดต้นมะกอกขึ้น พร้อมทั้งอธิบายถึงประโยชน์สารพัดของมะกอก และมะกอกยังเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพอีกด้วย เมื่อได้ยินดังนั้นเหล่าทวยเทพจึงยกเมืองนี้ให้อยู่ในความคุ้มครองของเทพีอะธีนา และขนานนามเมืองนี้ว่าเอเธนส์ (Athens) สืบมา
ปัจจุบันมีต้นมะกอกอยู่ ณ ตำแหน่งที่เชื่อว่าอะธีนาปลูกต้นนี้ไว้เป็นครั้งแรก และมีจุดที่เชื่อว่าโพไซดอนเอาตรีศูลกระแทกพื้นด้วย
เนินเขาอะโครโปลิส มุมล่างซ้ายคือโรงละครที่ชอบเปิดการแสดง Live at Acropolis ดูคอนเสิร์ตไปตาก็ชำเลืองมองวิหารพาร์เธนอนไป ขลังอย่าบอกใคร (ที่พูดนี่ไม่ได้ดูหรอก โม้ไปงั้น)
วิหารพาร์เธนอนแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยมีรูปปั้นของเทพีอะธีนายืนอยู่ในภายในวิหาร รูปปั้นนี้ทำด้วยงาช้างและทองคำ มีความสูงถึง 41 ฟุต 10 นิ้ว มือซ้ายถือโล่ ฝ่ามือขวามีรูปปั้นของเทพีแห่งชัยชนะสูงถึง 6 ฟุต 4 นิ้ว ปัจจุบันผุพังหายสาบสูญไปหมดแล้ว รูปปั้นที่เห็นเป็นรูปจำลองขนาดเท่าของเดิมทุกประการ อยู่ที่เมืองแนชวิลล์ สหรัฐอเมริกา
อยากทราบประวัติของเธอซักหน่อยไหมครับ (ไม่อยากก็จะเล่า)
เธอเป็นเทพีที่ถือกำเนิดจากพระเศียรของเทพซูส (Zeus) หรือจูปิเตอร์ (Jupiter) ในภาคโรมัน วันดีคืนดีเทพซูสเกิดปวดหัวอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว ต้องให้เทพองค์หนึ่งหาขวานมาจามพระเศียรให้แยกเป็นสองท่อน เทพอะธีนาจึงผุดออกมาจากศีรษะพ่อแต่งตัวเต็มยศในชุดนักรบพร้อมโล่และหอก เทพีอะธีนาถือครองพรหมจรรย์ตลอดมา และเป็นที่เคารพนับถือของชาวกรีกโบราณ เป็นเทพีแห่งสติปัญญาและความเฉลียวฉลาด นอกจากนั้นยังเป็นเทพีแห่งสงครามอีกด้วย ท่านที่พอทราบเรื่องเกี่ยวกับเทวดาฝรั่งอาจเถียงว่าเทพแห่งสงครามคือแอเรส (Ares) หรือมาร์ส (Mars) ไม่ใช่หรือ เทพมาร์สเป็นเทพแห่งสงครามจริงครับ และเป็นเทพที่พวกโรมันนับถือมากแต่พวกกรีกชิงชังอย่าบอกใคร เทพมาร์สเป็นสัญลักษณ์ของความรุนแรงโหดร้ายของสงคราม ในขณะที่อะธีนาเป็นตัวแทนของการทำสงครามแบบใช้กลยุทธ์และสติปัญญา เธอคอยหนุนหลังพวกกรีกในสงครามทรอยจนได้รับชัยชนะ
กลับมาที่อะโครโปลิสกันต่อดีกว่า ใกล้ ๆ กันกับพาร์เธนอนทางด้านทิศเหนือ บนยอดอะโครโปลิสจะเห็นอีกอาคารหนึ่งเรียกว่าอิเรคทีออน (Erechtheion) มีขนาดย่อมกว่าพาร์เธนอน แต่มีความน่าสนใจในตัวเอง เป็นอาคารแบบไอออนิก (สังเกตที่หัวเสา) เป็นอาคารที่อสมมาตร เมื่อมองจากแต่ละด้านจะมีความแตกต่างกัน
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของอาคารนี้คือรูปปั้นเทพี 6 นางทำหน้าที่เป็นเสาใช้ศีรษะค้ำยันหลังคา ซึ่งมีชื่อเรียกว่าคารีอาทีด (Caryatids)
รูปปั้นที่เห็นบนระเบียงนี้เป็นรูปปั้นที่จำลองแบบจากของเดิม ส่วนของจริง นางหนึ่งไปยืนอวดโฉมให้คนทั่วโลกชื่นชมในอังกฤษที่ British Museum ส่วนอีกห้านางที่เหลือ เขาย้ายไปไว้ในพิพิธภัณฑ์บนอะโครโปลิสภายใต้กระจกกันอากาศภายนอก เพื่อไม่ให้ผุกร่อนไปมากกว่านี้ สามารถเข้าไปชมได้หลังจากเดินชมอาคารภายนอกทั่วแล้ว มีเสียงเล่าลือว่าหลังจากที่นางหนึ่งโดนนำไปไว้ที่อังกฤษ วันดีคืนดีชาวบ้านจะได้ยินเสียงผู้หญิงร่ำไห้ระงมมาจากยอดเขาเพราะคิดถึงพี่น้องที่จากไป บรื๋อส์
จบตอนก่อนนะครับ คราวหน้าจะพาไปชมเมืองเอเธนส์ในจุดอื่น ๆ อีก

ยิ่งอ่านแล้วยิ่งอยกไปทุกที่ที่นั่นเลย
งดงามมากค่า
#1 By An Unsinkable Friendship on 2008-06-05 00:29