อุทยานแห่งชาติ Yosemite, USA
posted on 18 May 2008 00:38 by cherokee in Postcards, Travellingอุทยานแห่งชาติโยเซมิีติ (Yosemite) อยู่บนเทือกเขาเซียร์ราเนวาด้า (Sierra Nevada) ทางตะวันออกของรัฐแคลิฟอร์เนีย มีชื่อเสียงโด่งดังจากภูเขาและหน้าผาที่สูงชัน น้ำตกที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ และต้นสนขนาดยักษ์ ที่พบได้เฉพาะในเขตนี้เท่านั้น
จุดที่สวยที่สุดและมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมมากที่สุดคือส่วนที่เป็นหุบเขาโยเซมิติ (Yosemite Valley) ซึ่งเป็นหุบเขารูปตัวยู (U-shaped valley)
หุบเขารูปตัวยูส่วนใหญ่จะเคยเป็นหุบเขารูปตัววี (V-shaped valley) มาก่อน หุบเขาตัววีเช่นที่แกรนด์แคนยอน เกิดจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเซาะผ่านจนเป็นร่องลึกรูปตัววี หุบเขาตัวยูเกิดจากธารน้ำแข็ง (glaciers) ไหลผ่านในยุคที่โลกถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง เมื่อธารน้ำแข็งไหลผ่านจะปรับผนังของหุบเขาให้เรียบและสูงชันเป็นรูปตัวยู
รูปนี้เป็นวิวที่เห็นเมื่อขับรถทะลุอุโมงค์ที่ตัดผ่านภูเขา เห็นแล้วลืมหายใจไปเลย ทางซ้ายเป็นภูเขาสูงชันคล้ายหัวช้าง เรียกว่า เอลแคปิตัน (El Capitan) ทางขวามือเห็นน้ำตก Bridalveil Fall เพราะคล้ายผ้าคลุมหน้าของเจ้าสาว ด้านหลังไกล ๆ จะเห็น Half Dome ที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญอีกแห่งหนึ่งในหุบเขานี้
พอจะเห็นหุบเขาเป็นรูปตัวยูไหมครับ
หินในโยซีมิติส่วนใหญ่เป็นหินแกรนิต เกิดเป็นหินผาที่มีรูปร่างขนาดใหญ่มหึมา เป็นสวรรค์ของนักปีนเขาเลยทีเดียว
รูปนี้เป็นหินสามพี่น้อง ชื่อว่า Three Brothers
น้ำตกสำคัญ 4 แห่งในโยเซมิติ แต่ละแห่งตกจากหน้าผาที่สูงชันหลายร้อยฟุต
Vernal Fall
Yosemite Fall
Bridalveil Fall
Nevada Fall
น้ำตกโยเซมิติ (Yosemite Fall) เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในปวีปอเมริกาเหนือ เป็นน้ำตกสองชั้น มีความสูงรวมกันถึง 739 เมตร (2,425 ฟุต)
น้ำตกโยเซมิติตอนบน (Yosemite Upper Fall)
Bridalveil Fall น้ำตกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ชื่อนี้พบได้กับน้ำตกหลายแห่งมาก
คงตั้งชื่อจากลักษณะที่แผ่ลงมาเหมือนผ้าคลุมศีรษะเจ้าสาวในพิธีแต่งงาน
เอล แคปิตัน (El Capitan) ผาหัวช้าง (ผมเรียกเอง) เป็นผาหินแกรนิตขนาดมหึมา สูงจากพื้นถึงยอดเป็นระยะทาง 3,593 ฟุต เป็นสวรรค์สำหรับนักปีนเขาเลยทีเดียว
ในวันที่อากาศดี ๆ ถ้าเงยหน้ามองหน้าผานี้ จะเห็นนักปีนเขาที่กำลังปีนหน้าผานี้ได้
Half Dome ครึ่งโดม เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของโยเซมิติเลยทีเดียว สูงถึง 8,842 ฟุต จากฐานถึงยอด ยังเป็นที่ถกเถียงว่าครึ่งโดมนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นเต็มโดมหรือไม่ เสมือนหนึ่งว่าใครเอามีดผ่าโดมลูกแตงโมออกเป็นสองซีก ทิ้งไว้ให้เราได้ชมความงามและความยิ่งใหญ่เพียงซีกเดียว มีดที่คมกริบเล่มนั้นก็คือธารน้ำแข็งที่ไหลผ่านนั่นเอง
Half Dome เป็นไฮไลต์สำคัญของโยเซมิติ ลองหามุมสวย ๆ ถ่ายภาพกันดูนะครับ
จุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในอุทยานคือที่จุดเกลเชียร์ (Glacier Point) จะเห็นทัศนียภาพโดยรอบของหุบเขาโยเซมิติโดยเฉพาะครึ่งโดม น้ำตก Vernal และน้ำตก Nevada ที่อยู่ด้านหลังครึ่งโดม
อุทยานแห่งชาติโยเซมิติได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติโดยองค์การยูเนสโก้เมื่อปี ค.ศ.1984 ด้วยนะ
ในส่วนของหุบเขาโยเซมิติ จะเป็นเพียงช่องระหว่างหุบเขาที่ทั้งสองข้างขนาบไปด้วยภูเขาสูงชัน รูปร่างสวยงาม คงพอจะคาดเดาได้ว่าเมื่อนักท่องเที่ยวนำรถเข้ามา จะทำให้หุบเขาแห่งนี้แออัดขนาดไหน โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และการเดินทางมาโยเซมิตินั้นสามารถขับรถจากซานฟานซิสโกได้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งเทานั้น
การ์ตูนรูปนี้แสดงไฮไลต์ทั้งหมดของหุบเขาโยเซมิติ
อุทยานโยเซมิติมีขนาดใหญ่ครอบคลุมเนื้อที่กว้างขวางกว่าเพียงแค่ในส่วนหุบเขาเท่านั้น
Tioga Pass คือจุดที่รถข้ามเทือกเขาเซียร์ราเนวาด้าไปยังอีกฝั่งได้ที่ระดับความสูง 9,945 ฟุต
เป็นจุดที่สูงที่สุดที่รถวิ่งผ่านได้ในรัฐแคลิฟอร์เนีย
ทางตอนใต้ของอุทยานบริเวณที่เรียกว่า Mariposa Grove ยังมีป่าสนซีคัวย่า (Sequoia) ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีขนาดเส้นรอบวงใหญ่ที่สุดในบรรดาต้นไม้ทั้งหมด และจะขึ้นเฉพาะในแถบนี้เท่านั้น
จริง ๆ ยังมีอุทยานแห่งชาติของอเมริกาอีกแห่งหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องสนชนิดนี้ไว้ ชื่อว่า Sequoia-King Canyon National Park เอาไว้จะพาชมในโอกาสต่อไปครับ
จบอีกตอนแล้วครับ สวัสดีครับ
#1 By Googigg on 2008-05-18 01:51