รูปสลักหินมหัศจรรย์ที่เกาะอีสเตอร์
posted on 07 May 2008 23:16 by cherokee in Postcards, Travelling
วันนี้ผมพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวในดินแดนที่คงไปจริง ๆ ยากมาก ๆ
ผมเองก็ไม่เคยไป งั้นเราไปเที่ยวด้วยกันผ่านทางโปสการ์ดแล้วกันนะครับ
ไปไหนก็ได้ตามใจฝัน แถมประหยัดอีกด้วย
อิอิอิ
วันนี้เราไปชมรูปสลักหินขนาดยักษ์ที่เกาะอีสเตอร์ (Easter Island)
กัน เกาะนี้อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากชายฝั่งประเทศชิลี ในทวีปอเมริกาใต้ประมาณ
3,600 กิโลเมตร เกาะแห่งนี้ถูกค้นพบโดยนักเดินเรือชาวดัทช์ ชื่อ Jacob Roggeveen
ในวันอีสเตอร์ในปี ค.ศ.1722 จึงตั้งชื่อเกาะนี้ว่าเกาะอีสเตอร์
แต่ชื่อในปัจจุบันที่ชาวโพลินีเชีย (Polynesians)
ที่เป็นชนพื้นเมืองเรียกเกาะนี้คือ "ราพานุย" (Rapa Nui)
จุดเด่นของเกาะแห่งนี้คือรูปหินสลักขนาดยักษ์ที่ตั้งเรียงรายริมชายฝั่งและกระจัดกระจายรอบ
ๆ ภูเขาไฟ รูปสลักเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า “โมอาย”
(Moai)
เห็นสาวน้อยกำลังรำระบำชาวเกาะไหมครับ
หุ่นหินเหล่านี้มีมากมายถึง 887 ตัว มีทั้งอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ดี และสภาพที่ยังแกะสลักไม่เสร็จ บางตัวมีน้ำหนักถึง 80 ตัน และสูงถึง 33 ฟุต
เชื่อว่ารูปสลักเหล่านี้ได้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1000 ถึง 1650 ประมาณ 1 ใน 4 ถูกวางตั้งไว้บนฐาน การเคลื่อนย้ายหุ่นขนาดยักษ์เช่นนี้ทำได้ยากและใช้เวลามาก ส่วนที่เหลือจึงยังอยู่ที่เดิมที่สร้างไว้แต่แรกหรืออยู่ในระหว่างการเคลื่อนย้ายมาวางตั้งที่ฐาน
ตามความเชื่อของชนพื้นเมือง รูปสลักเหล่านี้มีความสำคัญทางศาสนาและยังเป็นที่สถิตของดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ แต่บางทฤษฎีก็บอกว่ารูปสลักเหล่านี้มีความหมายทางศาสนาและแสดงถึงอำนาจทางการเมืองด้วย
จากการตรวจสอบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่าเกาะแห่งนี้มีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4-5 และมีความเจริญรุ่งเรืองมานับศตวรรษ ในช่วงที่เกาะมีความเจริญสูงสุดอาจมีประชากรถึง 1 หมื่นคน ซึ่งมากเกินไปสำหรับเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ เกาะซึ่งเต็มไปด้วยป่าไม้ก็ถูกตัด เอาไปก่อสร้างบ้านเรือนและเรือแคนู จนโล่งกลายเป็นทุ่งหญ้าในปัจจุบัน ระบบนิเวศที่เคยสมดุลกลับเสียไป ประชากรจึงลดลงอย่างรวดเร็ว หรืออาจจะมีสาเหตุมาจากโรคติดต่อร้ายแรงซึ่งถูกนำมาโดยพวกชนผิวขาวและพวกทาสที่มาขึ้นฝั่งที่เกาะนี้ จนขณะหนึ่งมีประชากรเหลือเพียงแค่ร้อยกว่าคน
ปัจจุบันเกาะนี้มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2 พันคน และได้รับขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ ปริศนาต่าง ๆ บนเกาะแห่งนี้ยังคงเป็นงานให้นักสำรวจนักโบราณคดีได้สืบเสาะเพื่อค้นหาคำตอบต่อไป
จบไปอีกทริปแล้วครับ ทริปหน้าไปไหนต่อต้องติดตามครับ "ท่องโลกไปกับโปสการ์ด ไปได้ตามใจฝัน"

ได้ยินชื่อ เกาะ และรูปปั้น มานาน
ลึกลับดีจัง
#1 By friday on 2008-05-07 23:41