เที่ยวอิตาลี ภาค 9 ราเวนนา อาณาจักรไบแซนไทน์บนคาบสมุทรอิตาลี
posted on 07 Apr 2008 23:45 by cherokee in Postcards, Travelling
วันนี้จะพาไปเมืองหนึ่งที่คนไทยไม่ค่อยได้ไปกัน นั่นคือเมืองราเวนนา (Ravenna)
ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี อยู่ในภูมิภาคเอมิเลีย-โรมันญ่า
(Emelia-Romagna) นั่งรถไฟจากโบโลญญ่า (Bologna) ไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงแล้ว
เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรโรมันตะวันตกในราวคริสตศตวรรษที่ 5-6
ภายในโบสถ์วิหารเก่าแก่ประกอบไปด้วยภาพจากกระเบื้องโมเสกที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก
ไม่น่าเชื่อว่าภาพโมเสกทั้งหลายจะมีอายุมาถึงเกือบ 1,500
ปีและยังคงสีสันสดใสได้ขนาดนี้
องค์การยูเนสโก้กำหนดให้โบสถ์วิหารเหล่านี้เป็นมรดกโลก จริงๆ
แทบจะทุกเมืองที่ไปมาในอิตาลีก็เป็นมรดกโลกทั้งสิ้น
ถือว่าเป็นประเทศที่มีจำนวนมรดกโลกมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก
สถานที่แรกที่ควรเข้าก่อนเมื่อไปถึงคือโบสถ์ซานวิตาเล (San Vitale
Basilica) เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นโบสถ์ก่อด้วยอิฐ ดูธรรมดามาก
แต่โบสถ์นี้เก่าแก่กว่าพันห้าร้อยปี
แต่ภายในโบสถ์แห่งนี้ จะประดับประดาด้วยกระเบื้องโมเสกที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก
ไม่น่าเชื่อว่าภาพโมเสกทั้งหลายจะมีอายุมาถึงเกือบ 1,500 ปีและยังคงสีสันสดใสได้ขนาดนี้
ภาพโมเสกพวกนี้จะ บรรยายเรื่องราวต่าง ๆ ในคัมภีร์ไบเบิ้ลโดยเฉพาะจากพระคัมภีร์เดิม (The Old Testament) ด้วยภาพโมเสกตามเสาตามช่องตามโค้ง ภาพโมเสกลักษณะนี้จะโดดเด่นมากในศิลปะแบบไบแซนไทน์
จริง ๆ อาคารที่ถูกกำหนดให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้มีทั้งหมด 8 อาคารด้วยกัน
ผมจะไม่แจงแล้วกันนะครับว่ารูปไหนอยู่ในอาคารใด ชมกันไปเรื่อย ๆ
รูปพระเยซูคริสต์ครับ สวยงามจริง ๆ
พระแม่มารี รูปนี้เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์
ภายนอกอาคารเหล่านี้ดูเก่าๆ เป็นอิฐบล๊อกธรรมดา
(เพราะเก่าแก่มากจนภายนอกคงผุกร่อนไปตามเวลา)
แต่ภายในเต็มไปด้วยภาพโมเสกที่วิจิตรตระการตา
The Basilica of Sant'
Apollinare Nuovo
ภายในโบสถ์จะมีภาพโมเสกที่มีชื่อเสียงมาก เหนือเสาจะเป็นภาพโมเสก 3 แถว ในแถวสามจะเห็นรูปพระเยซูตอนประสูติประทับนั่งบนตักของพระนางมารีทางด้านขวาของภาพ มีทูตสวรรค์ประทับสองข้าง ตรงกลางภาพเป็นกษัตริย์จากตะวันออก 3 พระองค์ ที่ตามดวงดาวมายังสถานที่ประสูติเพื่อนำของมาบรรณาการ
ดูกันชัด ๆ อีกรูป
รูปนี้เป็นภาพโมเสกบนยอดโดมของอาคารที่ไว้ใช้ประกอบพิธีรับศีลจุ่มหรือพิธีแบบไทส์
(baptise) ตรงกลางจะเห็นภาพเหตุการณ์ตอนที่พระเยซูรับศีลจุ่มจากเซนต์จอห์น
(St.John the Baptist)
แสดงให้เห็นถึงวิธีการเข้ารีตในสมัยโบราณโดยการเอาตัวลงไปจุ่มในน้ำ
ไม่น่าเชื่อว่าผ่านไปพันห้าร้อยปี
สภาพยังดีอยู่เลย
ภายในโบสถ์อีกแห่งหนึ่ง สวยงามมากทีเดียว การมาเที่ยวเมืองราเวนนาของผมถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะเมืองอื่นความสวยงามจะอยู่สถาปัตยกรรมภายนอกเป็นส่วนใหญ่ แต่เมืองนี้ต้องชื่นชมความงามจากภายใน และทุกอย่างที่ยังคงหลงเหลืออยู่มีความเก่าแก่มากกว่าเมืองอื่น ๆ ที่ได้ชมมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นฟลอเรนซ์ พิซ่า เซียน่า เวนิส จะเว้นก็แต่โรมเมืองเดียวที่เก่าแก่ในยุคโรมันเมื่อกว่า 2 พันปีมาแล้ว
มีจุดสำหรับท่องเที่ยวในเมืองนี้อีกจุดที่ไม่ใช่มรดกโลก คือสุสานของดังเต้ (Dante)
กวีเอกชาวอิตาเลียน ท่านผู้นี้เป็นชาวฟลอเรนซ์ เกิดในคริสต์ศตวรรษที่ 13
ภาษาที่ใช้ในวรรณคดีของดังเต้ได้ถูกนำมาเป็นแม่แบบของภาษาอิตาเลียนเมื่อคราวรวมชาติ
เพราะก่อนหน้านั้นคนอิตาเลียนไม่มีเอกภาพทางภาษาและวัฒนธรรม
(หรือแม้กระทั่งในปัจจุบัน)
เพื่อนคนอิตาเลียนเล่าว่าคนชาติเขาไม่มีปัญหาในการอ่านวรรณคดีที่เก่าแก่
เพราะภาษาที่ใช้ไม่แตกต่างจากปัจจุบันมากนัก
ผิดกับวรรณคดีชาติอื่นมีมีวิวัฒนาการทางภาษามายาวนาน
ช่วงปลายชีวิตของท่านถูกพิษภัยการเมือง ทำให้โดนเนรเทศออกไปจากฟลอเรนซ์
ท่านจึงหนีมาอยู่ที่เมืองราเวนน่าและตายลงที่นี่
หลังจากนั้นชาวฟลอเรนซ์เกิดกลับใจสำนึกผิดและอยากได้ศพของดังเต้คืนเพื่อยกย่องเทิดทูน
แต่ชาวราเวนน่าไม่ยอมจึงเป็นเรื่องราวแย่งชิงศพกัน
ปัจจุบันทางฟลอเรนซ์ยอมที่จะส่งตะเกียงน้ำมันมาเคารพศพในสุสานแทน
สำหรับคนไทยที่ไม่ค่อยรู้จักวรรณคดีตะวันตกอย่างผมก็เข้าดูสุสานไปงั้น ๆ
แหละ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าไหร่
#1 By viwat (112.143.23.134) on 2009-06-26 10:44