เที่ยวอิตาลี ภาค 7 พิซ่า เซียน่า ทัสคานี
posted on 02 Apr 2008 15:29 by cherokee in Postcards, Travellingมาต่อครับ ยังอยู่ในแคว้นทัสคานี วันนี้นั่งรถไฟจากฟลอเรนซ์ไปชั่วโมงนิด ๆ ก็ถึงเมืองพิซ่า เมืองที่มีหอเอนอันมีชื่อเสียงโด่งดัง
จริงๆ แล้วบริเวณหอเอนนี้ประกอบไปด้วยอาคารสำคัญ 3 หลังด้วยกันคือ หอเอน โบสถ์ซึ่งอยู่ตรงกลางในรูป และอาคารกลม ๆ ด้านหน้าเรียกว่าแบบติสเทอรี (battistery) เป็นสถานที่เพื่อประกอบพิธีแบบทิสต์หรือพิธีรับศีลจุ่ม โบสถ์สำคัญแทบทุกเมืองจะมีอาคารสำหรับพิธีนี้แยกต่างหาก มักสร้างเป็นรูป 8 เหลี่ยมหรือวงกลม ข้างในจะมีอ่างน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง หลายๆ ที่ดัดแปลงมาจากอ่างอาบน้ำของพวกโรมัน ซึ่งเหมาะกับพิธีนี้พอดี
ลองสังเกตนะครับว่าลวดลายของอาคารทั้งสามจะไปทางเดียวกันหมด
เป็นศิลปะแบบพิซ่าโดยเฉพาะ สร้างจากหินอ่อนทั้งหมด ใกล้ๆ
เมืองพิซ่ามีเหมืองหินอ่อนขนาดใหญ่ ประเทศอิตาลีที่มีหินอ่อนเยอะก็มาจากแถบนี้ครับ
ฟลอเรนซ์หลังจากตีเมืองพิซ่าได้แล้ว จึงขนหินอ่อนกลับไปสร้างเมืองของตัวเองบ้าง
มิเคลันเจโลก็เคยมาเลือกหินอ่อนจากเหมืองนี้ไปแกะสลักรูปปั้นอยู่บ่อย
ๆ
จริงๆ แล้วหอเอนเป็นเพียงแค่หอระฆังของโบสถ์นี้เท่านั้นเอง เริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1173 เมื่อสร้างไปได้ 3 ชั้นครึ่ง หอระฆังก็เริ่มทรุดเอียง แต่ยังทรงตัวอยู่ได้ไม่พังทลายลงมา จึงได้ก่อสร้างเพิ่มเติมจนสูงถึง 8 ชั้น ความสูง 175 ฟุต ใช้แขวนระฆัง 7 ใบ รวมน้ำหนักกว่า 3500 กิโลกรัม
ภายในโบสถ์หินอ่อนเป็นศิลปะแบบโรมาเนสก์ (Romanesque) ท่านผู้ใดรู้ความแตกต่างระหว่างสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ กอธิก บาโรค นีโอคลาสสิก ขอเชิญช่วยให้ความกระจ่างด้วยครับ ไปมาหลายโบสถ์ก็ยังแยกไม่ค่อยออกเท่าไหร่
จริงๆ ตัวเมืองพิซ่าไม่ค่อยมีอะไรครับ มีเท่านี้แหละ นอกจากหอเอนแล้ว เมืองนี้มีชื่อเสียงด้านมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์ กาลิเลโอก็เกิดที่เมืองนี้สอนที่นี่ ทดสอบเรื่องของแรงโน้มถ่วงก็ที่หอเอนนี้ เมืองนี้จึงเป็นเมืองมหาวิทยาลัย มีนักศึกษาเต็มไปหมด แต่สภาพอาคารดูไม่ค่อยสวย เก่า ๆ โทรม ๆ ถ้าทำเวลาที่หอเอนได้ดีก็อาจจะไปเที่ยวเมืองอื่นต่อได้
ค่าขึ้นไปบนยอดหอเอนแพงมากครับ 14 ยูโร ให้ขึ้นได้เป็นรอบๆ รอบละ 40 คน
และอยู่ได้เพียงแค่ 30 นาที ถ้าใครจะขึ้นก็ให้รีบไปจองรอบแต่เนิ่นๆ
แล้วไปเดินดูอย่างอื่นก่อน เขาต้องการจำกัดจำนวนคนขึ้นไปไม่ให้มากเกินไป จริง ๆ
ก็ดีเหมือนกันเพราะที่ค่อนข้างแคบ ต้องปีนป่ายกันนิดหน่อย ไปกันเยอะ ๆ
เบียดเสียดอาจเกิดอันตราย แถมถ่ายรูปไม่สวยเพราะคนเยอะ
ที่นี่ กาลิเลโอเคยทำการทดลองที่โด่งดังโดยการปล่อยวัตถุสองก้อนที่มีน้ำหนักต่างกันลงมาจากยอดหอเอน ปรากฏว่าวัตถุทั้งสองตกถึงพื้นพร้อมกัน แสดงว่าเวลาที่วัตถุตกถึงพื้นไม่ขึ้นกับน้ำหนักของวัตถุ เป็นการขัดแย้งกับความเชื่อเดิม
จากฟลอเรนซ์ลงใต้ไปไม่ไกล มีเมืองมรดกโลกอีก 2 เมืองในแคว้นทัสคานี เมืองแรกคือเมืองเซียน่า (Siena) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนานเช่นเดียวกัน เป็นเมืองคู่แข่งสำคัญของฟลอเรนซ์ในอดีต แต่ตอนหลังถูกยึดรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรฟลอเรนซ์ สิ่งที่น่าสนใจที่สุดก็คือดูโอโม เป็นโบสถ์แบบโกธิกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ มีความงดงามทั้งด้านหน้าและด้านใน
ดูเต็ม ๆ อีกรูป
ภายในโบสถ์ประดับด้วยหินอ่อน พื้นก็หินอ่อน
ลวดลายดำสลับขาวแบบนี้
เรียกว่าเป็นศิลปะแบบเซียน่าเลยทีเดียว
ตึกที่สำคัญอีกตึกในเมืองเซียน่า คล้ายๆ กับศาลากลางบ้านเรา มีหอนาฬิกาสูงเด่น
ด้านหน้าเป็นลานกว้างมาก เอาไว้จัดเทศกาลแข่งม้าประจำปี
เมืองนี้จะแบ่งออกเป็น 17 เขตการปกครอง เมื่อถึงเทศกาลแต่ละเขตก็จะส่งคนมาเข้าร่วมขบวนพาเหรดโดยแต่งตัวเหมือนในยุคกลาง เสร็จแล้วจะมีการแข่งม้ารอบลานนี้ เขาค่อนข้างเอาจริงเอาจังกันทีเดียวกับเทศกาลนี้
ถัดจากเซียน่า เราต่อรถบัสไปยังเมืองเก่าอีกเมืองหนึ่งคือซานจิมิญาโน่ (San Gimignano) เป็นเมืองในยุคกลางโดยแท้ มาเมืองนี้ก็จะเห็นหอคอยสูงๆ หอสูงเหล่านี้ก็เหมือนกับตึกระฟ้า skyscrappers ของไทยในปัจจุบ้นแหละครับ แต่ละบ้านจะสร้างหอสูงไว้โอ้อวดฐานะแข่งกันทั้งที่ความรู้ทางวิศวกรรมก็แทบไม่มี หลายแห่งก็ทรุดบ้างเอนบ้าง ในอดีตเคยมีถึง 150 หอ ปัจจุบ้นเหลือประมาณ 7 หอ บางหอก็มีเครนสูงประกบอยู่
บ้านเรือนยังคงสภาพแบบยุคกลาง ซึ่งเก่าแก่กว่ายุคเรอเนซองซ์เสียอีก
อีกซักรูป
จริงๆ แล้ว นอกจากเมืองเก่าแก่ทั้งหลายในแคว้นทัสคานีแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่ของแคว้นเป็นชนบท เป็นเนินเขาเตี้ยๆ สูงๆ ต่ำๆ สลับกันไป ภาษาอังกฤษเรียกทิวทัศน์แบบนี้ว่า rolling hills (ขับรถค่อนข้างยากเพราะขับเร็วไม่ได้)
ชาวบ้านนิยมทำไร่องุ่นกัน ชาวไร่ที่นี่มีฐานะดี
รูปนี้เป็นรูปไร่องุ่นครับ
ชนบทแคว้นทัสคานีถือว่าเป็นชนบทที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
นึกแล้วอยากไปหาหนังเรื่อง
Under the Tuscan sky มาดูจัง
จบอีกตอน คราวหน้าไปไหนดี ไปเวนิสดีไหมครับ
View Italy7 - Pisa, Siena, San Gimignano, Florence in a larger map

ไปเวนิสก็ดีนะคะ
#1 By YOSHINAKIs on 2008-04-02 18:49