เที่ยวอิตาลี ภาค 4 โรมรำลึก
posted on 27 Mar 2008 02:11 by cherokee in Postcards, Travelling
วันนี้พากลับเข้าสู่เมืองหลวงของอิตาลี
คือกรุงโรม
ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานและซับซ้อนเกินกว่าที่จะนำมาเล่าให้ฟังได้หมด
การเที่ยวเมืองนี้
อาจจะต้องแบ่งออกเป็นการเที่ยวเขตเมืองเก่ายุคโรมัน
เที่ยวโบสถ์ชมสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมภายใน
เที่ยวชมเมืองที่เต็มไปน้ำพุและศิลปะต่างๆ
และกรุงวาติกันในเขตของพระสันตปาปา
ก่อนอื่น
เราเริ่มต้นกันที่เมืองเก่ายุคโรมันกันก่อน
สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็นสนามกีฬาโคลอสเซียม (colosseum)
ซึ่งยิ่งใหญ่อลังการอย่างไม่น่าเชื่อ
แต่พอฟังเบื้องหลังแล้วก็เกิดความเศร้าอย่างบอกไม่ถูก
ที่นี่เป็นสถานที่จัดการแข่งขันสำหรับ gladiator ให้คนสู้กับสัตว์
หรือสัตว์สู้กับสัตว์เอง
นัยว่ามีพวกเชลยศึกและนักโทษที่นำมาต่อสู้กับสัตว์ตายเป็นหมื่นๆ คน
และสัตว์ป่าที่จับมาจากทวีปแอฟริกาและเอเชียตายเป็นหมื่นๆ ตัว
หลังจากที่โรมันเสื่อมอำนาจลง
คอลอสเซียมก็กลายเป็นแหล่งหินชั้นดีที่ผู้ปกครองเมืองในยุคต่อมาจะนำไปสร้างโบสถ์
สร้างปราสาท จนค่อยๆ แหว่งไปเรื่อยๆ อย่างที่เห็นในรูป
จนตอนหลังพระสันตปาปาองค์หนึ่งมีคำสั่งห้ามนำหินจากคอลอสเซียมไปก่อสร้างอีกต่อไป
จึงทำให้มีสนามกีฬาอันยิ่งใหญ่ (และป่าเถื่อน)
มาให้เราชมกันจนทุกวันนี้
บริเวณใกล้ๆ กับคอลอสเซียมเป็นเขตเมืองเก่ายุคโรมัน เรียกว่าโรมันฟอรัม ตรงจุดนี้เป็นเป็นศูนย์กลางทุกด้านของกรุงโรม มีทั้งโบสถ์วิหารสำหรับบูชาเทพเจ้าของโรมัน มีตลาดร้านค้า อาคารที่สำคัญต่างๆ มากมาย ปัจจุบันส่วนใหญ่เหลือแต่ซากปรักหักพัง แต่ก็ยังเห็นเค้าลางของความยิ่งใหญ่ ที่สำคัญตรงนี้สามารถชมได้ฟรี ไม่เสียสตางค์
แบบจำลองเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของกรุงโรมในยุคโรมันเรืองอำนาจ
โรมันฟอรัมจากมุมสูง
เปลี่ยนบรรยากาศมาชมอย่างอื่นที่ไม่ใช่พวกหักๆ พังๆ กันบ้างดีกว่า ที่ที่ชื่อเสียงโด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในโรมคือน้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) ตรงกลางด้านหน้าเป็นรูปปั้นหินอ่อนของเนปจูน เทพเจ้าแห่งน้ำของชาวโรมันโบราณ ใครมาเมืองนี้ก็ต้องไปโยนเหรียญที่น้ำพุแห่งนี้เพื่อให้ได้กลับมาอีกครั้ง เคล็ดลับในการโยนคือให้หันหลังให้น้ำพุ ถือเหรียญด้วยมือขวา แล้วโยนข้ามไหล่ซ้าย เขาว่ากันว่าถ้าโยนลง 2 ครั้งจะได้แฟนเป็นชาวอิตาลี ใครอยากได้หนุ่มหรือสาวอัซซูรี่เป็นแฟนก็หาโอกาสไปโยนเหรียญที่น้ำพุแห่งนี้ได้ครับ
น้ำพุเทรวี่ยามเย็น
จัตุรัสนาโวนา (Piazza Navona) เป็นศูนย์รวมของสารพัดสิ่ง ทั้งร้านอาหาร นักดนตรี นักมายากลข้างถนน ศิลปินวาดรูปเหมือน และที่สำคัญคือนักท่องเที่ยว เดิมทีที่ตรงนี้เป็นสนามกีฬาของพวกโรมันเอาไว้แข่งม้า ถนนที่อยู่รอบๆ คือลู่วิ่งของม้า บริเวณนี้มีน้ำพุที่สำคัญ 3 อันผลงานของศิลปินนักแกะสลักชื่อดัง แบร์นินี่ (Bernini) ส่วนโบสถ์ที่เห็นเป็นผลงานของคู่ปรับคนสำคัญของเขาคือบอร์โรมินี (Borromini) ตั้งประชันกันอยู่กับน้ำพุของเขา
จตุรัสนาโวนาจากมุมสูง จะเห็นโบสถ์ น้ำพุ และ ถนนรอบ ๆ อย่างชัดเจน
บันไดสเปน (Spanish steps) เป็นย่านที่พวกวัยรุ่นหนุ่มสาวมานั่งแฮงก์เอาท์กัน คงคล้ายๆ เซนเตอร์พอยต์บ้านเรา แต่บ้านเราเป็นเด็กมัธยมซะมากกว่า รอบๆ นี้เต็มไปด้วยห้างหรูๆ ขายสินค้าเครื่องประดับมียี่ห้อดังๆ ราคาแพงทั้งหลายแหล่ คำเตือน อย่าได้แวะไปนั่งจิบกาแฟในร้านย่านนี้เป็นอันขาด นอกจากจะพกบัตรเครดิตที่มีวงเงินสูง ๆ ติดตัว
บันไดสเปนยามเย็น ไปนั่งมาแระ แสนสุขใจ
อนุสาวรีย์นี้เป็น landmark สำคัญอันหนึ่งของโรมที่คนโรมเกลียดมาก ตั้งฉายาให้ต่างๆ นานา เรียกว่าเครื่องพิมพ์ดีดบ้างหล่ะ เค้กแต่งงานบ้างหล่ะ เดิมทีสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการรวมประเทศ จึงมีชื่อเรียกว่า Monument to Vittorio Emanuele II ปัจจุบันใข้เป็นอนุสรณ์สถานสำหรับทหารนิรนามที่เสียชีวิตในสงคราม ห้ามนั่งเด็ดขาดภายในบริเวณ
ตามตำนาน กรุงโรมถูกสร้างขึ้นโดยพี่น้องฝาแฝดชื่อโรมิวลัสกับรีมัส เด็กทารกสองคนนี้โดนทิ้งไว้กลางป่า ต่อมาแม่สุนัขป่าคาบมาเลี้ยงจนโต แล้วช่วยกันสร้างเมืองขึ้น ต่อมาเกิดทะเลาะวิวาทกัน โรมิวลัสเลยฆ่ารีมัสตาย และสร้างเมืองต่อมาตามลำพังจนเสร็จ และขนานนามเมืองนี้ตามชื่อตัวเองว่าโรม
รูปนี้คือวิหารแพนทีออน (Pantheon) เป็นอาคารขนาดใหญ่มหึมา สร้างในสมัยโรมันเมื่อ 2 พันกว่าปีมาแล้ว และถือว่าเป็นอาคารในยุคโรมันที่มีสภาพสมบูรณ์ดีที่สุด ดูจากภายนอกแล้วเหมือนไม่ใหญ่ แต่ข้างในใหญ่โตมโหฬาร ปัจจุบันใช้เป็นโบสถ์ในคริสตศาสนา เนื่องจากภายในเป็นโดมที่มีขนาดใหญ่มาก ชาวโรมันจึงทำเป็นช่องเปิดตรงกลางเพื่อให้แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาถึง ซึ่งถ้าฝนตกน้ำฝนก็เข้ามาได้ด้วย แต่บริเวณที่เปียกถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมด
จบก่อนดีกว่า
คราวหน้าจะพาไปมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในวาติกัน และพาชมภาพเขียนสวย ๆ
ในพิพิธภัณฑ์วาติกัน ข้ามไปอีกประเทศนึง
อยากไปอิตาลีจางเลย
#1 By B3~loved on 2008-04-12 17:50