วันนี้พากลับเข้าสู่เมืองหลวงของอิตาลี คือกรุงโรม ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานและซับซ้อนเกินกว่าที่จะนำมาเล่าให้ฟังได้หมด การเที่ยวเมืองนี้ อาจจะต้องแบ่งออกเป็นการเที่ยวเขตเมืองเก่ายุคโรมัน เที่ยวโบสถ์ชมสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมภายใน เที่ยวชมเมืองที่เต็มไปน้ำพุและศิลปะต่างๆ และกรุงวาติกันในเขตของพระสันตปาปา

ก่อนอื่น เราเริ่มต้นกันที่เมืองเก่ายุคโรมันกันก่อน สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็นสนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum) สนามกีฬาโรมันเก่าแก่กว่า 2000 ปี สามารถบรรจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน ยิ่งใหญ่อลังการอย่างไม่น่าเชื่อ แต่พอฟังเบื้องหลังแล้วก็เกิดความเศร้าอย่างบอกไม่ถูก ที่นี่เป็นสถานที่จัดการแข่งขันสำหรับ gladiator ให้คนสู้กับสัตว์ หรือสัตว์สู้กับสัตว์เอง นัยว่ามีพวกเชลยศึกและนักโทษที่นำมาต่อสู้กับสัตว์ตายเป็นหมื่นๆ คน และสัตว์ป่าที่จับมาจากทวีปแอฟริกาและเอเชียตายเป็นหมื่นๆ ตัว

หลังจากที่โรมันเสื่อมอำนาจลง คอลอสเซียมก็กลายเป็นแหล่งหินชั้นดีที่ผู้ปกครองเมืองในยุคต่อมาจะนำไปสร้างโบสถ์ สร้างปราสาท จนค่อยๆ แหว่งไปเรื่อยๆ อย่างที่เห็นในรูป จนตอนหลังพระสันตปาปาองค์หนึ่งมีคำสั่งห้ามนำหินจากคอลอสเซียมไปก่อสร้างอีกต่อไปจึงทำให้มีสนามกีฬาอันยิ่งใหญ่ (และป่าเถื่อน) มาให้เราชมกันจนทุกวันนี้

 

บริเวณใกล้ๆ กับคอลอสเซียมเป็นเขตเมืองเก่ายุคโรมัน เรียกว่าโรมันฟอรัม (Roman forum) ตรงจุดนี้เป็นเป็นศูนย์กลางทุกด้านของกรุงโรมโบราณ เป็นที่รวมของเหล่านักปราชญ์ผู้วางรากฐานประชาธิปไตยให้โลกจนปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางการประชุมทางการเมือง การปกครอง มีโบสถ์วิหารสำหรับบูชาเทพเจ้าของโรมัน มีตลาดร้านค้า อาคารที่สำคัญต่างๆ มากมาย ปัจจุบันส่วนใหญ่เหลือแต่ซากปรักหักพัง แต่ก็ยังเห็นเค้าลางของความยิ่งใหญ่ ที่สำคัญตรงนี้สามารถชมได้ฟรีไม่เสียสตางค์

 

แบบจำลองเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของกรุงโรมในยุคโรมันเรืองอำนาจ

 

โรมันฟอรัมจากมุมสูง

 

ใกล้ ๆ กับคอลอสเซียม จะเจอประตูชัย (arch) พวกโรมันนิยมสร้างประตูชัยเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะ  ชนะทีก็สร้างที ที่เห็นอย่างน้อยๆ ก็มี 3 ประตู  ประตูนี้อยู่ในสภาพดีที่สุด มีชื่อว่า Arch of Constantine สร้างโดยจักรพรรดิคอนสแตนติน ผู้ที่ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล ซึ่งปัจจุบันคือเมืองอิสตันบูลในประเทศตุรกี

 

ตรงสุดทางเดินของโรมันฟอรัมจะเป็นเนินเขามีบันไดสูงๆ ชันๆ หลายขั้น เรียกว่า คาปิโตลิเนฮิลล์ (Capitoline Hill)  บนยอดเนินนั้นทำเป็นจัตุรัสซึ่งได้รับการออกแบบโดยมิเคลันเจโล ประกอบไปด้วยอาคารที่สำคัญของรัฐบาล พิพิธภัณฑ์ และอนุสาวรีย์ต่างๆ ทางขึ้นด้านที่ติดถนนซึ่งออกแบบโดยมิเคลันเจโลนั้นทำเป็นทางลาดขึ้น เวลาเดินขึ้นแทบจะไม่รู้สึกถึงความชันเลย (ผิดกับด้านหลังที่เป็นบันไดสูงชัน เดินขึ้นเหนื่อยทีเดียว)  ตรงสุดปลายบันไดเป็นรูปปั้นชายหนุ่มเปลือยเปล่า 2 คนคือคู่ฝาแฝด Pollux และ Castor ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของราศีเมถุน (คนคู่)  จตุรัสบนเนินเขาลูกนี้ได้รับการยกย่องว่ามีความงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในโรม

 

เปลี่ยนบรรยากาศมาชมอย่างอื่นที่ไม่ใช่พวกหักๆ พังๆ กันบ้างดีกว่า ที่ที่ชื่อเสียงโด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในโรมคือน้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) ตรงกลางด้านหน้าเป็นรูปปั้นหินอ่อนของเนปจูน เทพเจ้าแห่งน้ำของชาวโรมันโบราณ ใครมาเมืองนี้ก็ต้องไปโยนเหรียญที่น้ำพุแห่งนี้เพื่อให้ได้กลับมาอีกครั้ง เคล็ดลับในการโยนคือให้หันหลังให้น้ำพุ ถือเหรียญด้วยมือขวา แล้วโยนข้ามไหล่ซ้าย เขาว่ากันว่าถ้าโยนลง 2 ครั้งจะได้แฟนเป็นชาวอิตาลี ใครอยากได้หนุ่มหรือสาวอัซซูรี่เป็นแฟนก็หาโอกาสไปโยนเหรียญที่น้ำพุแห่งนี้ได้ครับ

 

น้ำพุเทรวี่ยามเย็น

 

จัตุรัสนาโวนา (Piazza Navona) เป็นศูนย์รวมของสารพัดสิ่ง ทั้งร้านอาหาร นักดนตรี นักมายากลข้างถนน ศิลปินวาดรูปเหมือน และที่สำคัญคือนักท่องเที่ยว เดิมทีที่ตรงนี้เป็นสนามกีฬาของพวกโรมันเอาไว้แข่งม้า ถนนที่อยู่รอบๆ คือลู่วิ่งของม้า บริเวณนี้มีน้ำพุที่สำคัญ 3 อันผลงานของศิลปินนักแกะสลักชื่อดัง แบร์นินี (Gian Lorenzo Bernini, 1595-1680) ตรงกลางลานจะเห็นเสาโอบิลิสก์ (obelisk)  รอบๆ เสาจะเป็นน้ำพุแห่งสี่มหานที (Fountain of the Four Rivers) ซึ่งแต่ละมุมจะมีรูปปั้นซึ่งแทนแม่น้ำใหญ่จาก 4 ทวีป ได้แก่ คงคา ดานูป ไนล์ และ พลาต้า (Rio de la Plata ในทวีปอเมริกาใต้ ผมว่าอเมซอนน่าจะสำคัญกว่า ทำไมไม่เลือกก็ไม่ทราบ) 

 

จตุรัสนาโวนาจากมุมสูง จะเห็นโบสถ์ น้ำพุ และ ถนนรอบ ๆ อย่างชัดเจน  โบสถ์ที่เห็นเป็นผลงานของคู่แข่งคนสำคัญของแบร์นินี คือบอร์โรมินี (Francesco Borromini, 1599-1667) ตั้งประชันกันอยู่กับน้ำพุของเขา

 

บันไดสเปน (Spanish steps) เป็นย่านที่พวกวัยรุ่นหนุ่มสาวมานั่งแฮงก์เอาท์กัน คงคล้ายๆ เซนเตอร์พอยต์บ้านเรา แต่บ้านเราเป็นเด็กมัธยมซะมากกว่า รอบๆ นี้เต็มไปด้วยห้างหรูๆ ขายสินค้าเครื่องประดับมียี่ห้อดังๆ ราคาแพงทั้งหลายแหล่ คำเตือน อย่าได้แวะไปนั่งจิบกาแฟในร้านย่านนี้เป็นอันขาด นอกจากจะพกบัตรเครดิตที่มีวงเงินสูง ๆ ติดตัว

 

บันไดสเปนยามเย็น แสนสุขใจ

 

อนุสาวรีย์นี้เป็น landmark สำคัญอันหนึ่งของโรมที่คนโรมเกลียดมาก ตั้งฉายาให้ต่าง ๆ นานา เรียกว่าเครื่องพิมพ์ดีดบ้างหล่ะ เค้กแต่งงานบ้างหล่ะ เดิมทีสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการรวมประเทศ จึงมีชื่อเรียกว่า Monument to Vittorio Emanuele II ปัจจุบันใข้เป็นอนุสรณ์สถานสำหรับทหารนิรนามที่เสียชีวิตในสงคราม ห้ามนั่งเด็ดขาดภายในบริเวณ

 

ตามตำนาน กรุงโรมถูกสร้างขึ้นโดยพี่น้องฝาแฝดชื่อโรมิวลัสกับรีมัส เด็กทารกสองคนนี้โดนทิ้งไว้กลางป่า ต่อมาแม่สุนัขป่าคาบมาเลี้ยงจนโต แล้วช่วยกันสร้างเมืองขึ้น ต่อมาเกิดทะเลาะวิวาทกัน โรมิวลัสเลยฆ่ารีมัสตาย และสร้างเมืองต่อมาตามลำพังจนเสร็จ และขนานนามเมืองนี้ตามชื่อตัวเองว่าโรม

 

รูปนี้คือวิหารแพนทีออน (Pantheon) เป็นอาคารขนาดใหญ่มหึมา สร้างในสมัยโรมันเมื่อ 2 พันกว่าปีมาแล้ว และถือว่าเป็นอาคารในยุคโรมันที่มีสภาพสมบูรณ์ดีที่สุด บริเวณภายนอกรอบๆ เป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านไอศครีม เป็นที่น่าเดินเล่นแห่งหนึ่งในเมือง

 

ดูภายนอกแล้วเหมือนไม่ใหญ่แต่ข้างในใหญ่โตมโหฬาร ปัจจุบันใช้เป็นโบสถ์ในคริสตศาสนา ข้างในมีหลุมศพของกษัตริย์ผู้ที่เคยปกครองอิตาลีในยุครวมชาติ คือ กษัตริย์วิกเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2 และกษัตริย์อุมแบร์โต้ที่ 1 ส่วนหลุมที่สามเป็นของศิลปินจิตรกรเรื่องนาม ราฟาเอล (Raphael)  คนส่วนใหญ่จะตื่นเต้นกับหลุมศพของราฟาเอลมากกว่าอีก 2 หลุมเสียอีก 

เนื่องจากภายในเป็นโดมที่มีขนาดใหญ่มาก ชาวโรมันจึงทำเป็นช่องเปิดตรงกลางเพื่อให้แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาถึง ซึ่งถ้าฝนตกน้ำฝนก็เข้ามาได้ด้วย แต่บริเวณที่เปียกถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมด  

 

จบก่อนดีกว่า คราวหน้าจะพาไปมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในวาติกัน และพาชมภาพเขียนสวย ๆ ในพิพิธภัณฑ์วาติกัน ข้ามไปอีกประเทศนึง


View Rome in a larger map

Comment

Comment:

Tweet

I have been there too. Thanks to reminded me the story.
: )

#26 By Sweet (125.27.106.138) on 2011-11-08 21:08

อ่านแล้วอยากไปอิตาลีขึ้นมาเลยค่ะconfused smile

#25 By iWater on 2011-09-01 22:20

สวยมากค่ะ ชอบมากๆ

#24 By PoOpae (1.47.36.240) on 2011-03-08 16:27

กำลังจะไปเที่ยว เลยเข้ามาหาข้อมูลในเนต
มาเจอเวบนี้ ได้ความรู้ไปเยอะเลยค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ cry

#23 By พีช (86.137.210.57) on 2011-02-08 08:31

อีเมล์ผมนะครับ cherokee_233@yahoo.com

#22 By Cherokee on 2010-11-08 00:30

คุณ Cherokee มีอีเมล์มั้ยคะ ถ้าจะขออีเมล์ได้ไหม มีเรื่องอยากถามเป็นการส่วนตัวค่ะ / ขอบคุณค่ะ

#21 By Cheval (183.89.116.29) on 2010-11-07 21:51

สวยมากอยากไปจัง กำลังติดต่อกับชายหนุ่มอิตาลีอยู่ อยากทราบว่าคนอิตาลีน่าคบหาหรือไม่ตอบหน่อยนะคะ จะได้สบายใจ

#20 By จันทิมา (125.25.163.215) on 2010-10-19 10:14

สวยมาเลยค่ะ เห็นแล้วอยากไปอิตาลีบ้างจังเลย

ปล.ชอบน้ำพุเทรวี่ยามเย็นมากค่ะconfused smile cry

#19 By Apple with Cheese (202.12.118.61) on 2010-08-25 18:09

เรื่องความปลอดภัย ก็ระวังพวกยิปซีไว้หน่อยครับ ทางเหนือจะปลอดภัยกว่าทางใต้ แต่สำหรับคนไทยอย่างเรา ผมถือว่าก็ไม่ได้ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่ในแง่ความปลอดภัย อย่ากังวลจนเที่ยวไม่สนุกนะครับ

#18 By Cherokee on 2010-07-12 03:07

ไม่ทราบว่าเรื่องความปลอดภัยเวลาเที่ยวในอิตาลีเป็นยังไงบ้างครับ

#17 By wit (61.91.168.163) on 2010-07-11 15:46

อิตาลี่สวยจางเลย

#16 By BloodyKiller (124.122.255.197) on 2010-06-14 18:21

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่า

#14 By กุ้ง (58.9.253.29) on 2010-05-21 21:36

อยากไปเที่ยวอิตาลีจัง ดูอบอุ่น ไม่ร้อนเหมือนบ้านเราเลย พอดีเราติดต่อกับเพื่อนชาวอิตาลีอยู่ แต่แปลกนะ เขากลับชอบเมืองไทยมากๆเลย ถึงกับจะมาอาศัยเลยล่ะopen-mounthed smile big smile big smile

#12 By nano (58.147.40.49) on 2008-12-10 00:46

confused smile confused smile confused smile confused smile อยากไปจังๆๆๆๆๆๆ

#11 By hotchickin (202.143.150.146) on 2008-12-08 13:02

#10 By (58.8.110.191) on 2008-07-01 22:20

ตอบ #8 จากมิลานสามารถไปเวนิสหรือแคว้นทัสคานีก็ได้ครับ คงต้องเลือกเอา แถวทัสคานีก็มีเมืองเด่น ๆ อยู่หลายเมือง ถ้าชอบศิลปะก็น่าไปแถวฟลอเรนซ์ แต่ถ้าชอบเมืองโรแมนติกขอแนะนำเวนิสครับ

#9 By Cherokee on 2008-05-23 03:05

พอดีกำลังแพลนจาไปอิตาลีค่ะ
ถ้ามาจากนีส ที่ฝรั่งเศสนิ เมืองที่จาถึงก่อนก้อคือมิลาน
แล้วควรจาเที่ยวเมืองไหนต่อดีค่า
เพราะมีเวลาอีกสามวัน ช่วยแนะนำด้วยค่า

#8 By memee on 2008-05-23 00:08

ตอบ #6 แต่งชุดปกติครับ ใส่กางเกงขายาวก็ดีนะครับ ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ไม่เป็นไรครับ

#7 By Cherokee on 2008-05-14 23:55

อิตาลีสวยจังเลยค่ะ ได้เข้ามาอ่านแล้ว อยากไปบ้างจัง
ไปอิตาลีใส่ชุดแบบไหนถึงจะเหมาะค่ะ เห็นว่ามีที่ศักดิ์สิทธิ์เยอะ กลัวว่าใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์แล้วจะไม่ได้เข้า

#6 By Olala (58.9.59.33) on 2008-05-14 12:56

เที่ยวโรม 2-3 วันก็น่าจะพอครับ อยู่ที่จะเข้า museum กี่ที่ ยังไงก็แนะนำ Vatican museum นะครับ

#5 By Cherokee on 2008-05-06 20:02

กำลังจะไปโรม พอดีค่ะ ตอนนี้ อยู่ ที่ประเทศ ออสเตรีย จะนั่งรถไฟไป วันจันทร์ ตอนกลางคืน เลยลองหา เวบ เที่ยว โดยคนไทยบ้าง เพราะว่า เบื่อ ฝรั่งค่ะ อยู่ สองสามวัน น่าจะพอ นะคะ

#4 By วิว (80.121.83.40) on 2008-04-30 02:33

ตอบ #2
เป็นภาพจากโปสการ์ดครับ ชื่อตอนว่าท่องโลกไปกับโปสการ์ดครับ

#3 By Cherokee on 2008-04-27 09:54

ภาพสวยมากๆ ครับ ถ่ายเองทุกภาพเลยหรือเปล่า

#2 By วุฒิ (125.25.155.203) on 2008-04-26 22:54

I love Rome & Roma ~

อยากไปอิตาลีจางเลย

double wink

#1 By ... on 2008-04-12 17:50